ทำแล้วหลายวันก่อนหน้านี้ ใจเห็นแม่จับมือพ่ออยู่ตลอดเวลา บางเวลาก็ลูบเบาๆ ที่หัวไหล่ เหมือนจะให้พ่อได้คลายความกังวลและความเจ็บปวด แม้ในห้วงเวลานั้นพ่อจะไม่รู้สึกตัวก็ตามที นี่เป็นสิ่งที่ใจไม่เคยเห็นเลยนับตั้งแต่จำความได้ แม้จะรู้ดีว่าพ่อกับแม่อยู่กินแต่งงานกันมานานเกือบจะ 40 ตามอายุของพี่สาวคนโตของใจที่ 36 ปี ไม่เพียงแค่นั้น ถึงแม้ใจจะรักแม่มากแค่ไหน จับมือแม่เดิน เกาะแขนแม่บ่อยยังไง แต่ใจก็เพิ่งจะได้กอดแม่จริงๆ จังๆ ในวันเดียวกันกับที่เห็นแม่จับมือพ่อ
เช่นเดียวกันกับ การที่ใจตัดสินใจยื่นมองออกไปตรงหน้า จับมือพ่อเบาๆ เหมือนจะปลอบขวัญพ่อว่า “ไม่เป็นไร ใจอยู่ตรงนี้” ก็เป็นการจับมือพ่อครั้งแรกของใจนับตั้งแต่จำความได้ ความจริงที่ว่า คนไทยแสดงออกความรักซึ่งหน้าให้แก่กันไม่บ่อยครั้งนักคงจะจริง อย่างน้อยก็มีครอบครัวของใจเป็นกรณีตัวอย่าง บางครั้งเราก็ไม่กอดกัน เราไม่จับมือกัน ไม่แสดงความรักให้รับทราบกัน บ่อยอีกฝั่งเข้าใจกันไปเอง ซึ่งบางทีก็ไม่มีใครอ่านใจใครออกเลยก็มี ใจมีเหตุผลไม่มากในการยื่นมือไปจับมือของพ่อในเย็นวันที่พ่อเพิ่งจะออกจากห้องผ่าตัด แล้วยังไม่รู้สึกตัวเพราะพิษยาสลบ ในช่วงหลายวันก่อนหน้า นั่นเป็นเพราะ เมื่อเห็นมือพ่อขยับเล็กๆ ขณะที่ตายังปิด ใจก็คิดว่า ถ้าใจไม่จับมือพ่อในเวลานี้ วันนึงถ้ามันไม่มีโอกาสได้จับมือเขาแบบนี้แล้ว ใจคงจะรู้สึกเสียใจไม่น้อย และเมื่อถึงเวลานั้น หากกลับมานั่งคิดย้อนถึงช่วงเวลาที่ได้มีโอกาสแต่ไม่ลงมือทำ มันคงจะเศร้ากว่านี้อีกมา เหมือนกับที่ใจเคยพูดถึงเรื่องนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าช่วงก่อนหน้า หนหนึ่งเพื่อนสนิทของใจเคยถามว่า “ระหว่างที่ได้ทำแล้วกลับมานั่งคิดว่าเสียใจที่ทำแบบนั้น กับการที่ไม่ได้ทำแล้วเสียใจที่ไม่ได้ทำ ถ้าเป็นใจจะเลือกแบบไหนมากกว่ากัน” แม้การตอบที่ทำให้ดูดีที่สุดน่าจะเป็น “การคิดก่อนทำ” เพื่อที่จะไม่ได้เสียใจทั้งคู่ แต่สุดท้ายแล้วความจริงที่ว่า “เป็นใจจะคงจะเลือกเสียใจเพราะทำลงไปแล้ว ดีกว่ามานั่งเสียใจที่ไม่ได้ทำ แล้วเอาอะไรคืนไม่ได้แล้วมากกว่า” แม้ครั้งนั้น เพื่อนของใจจะถามเปรียบเทียบกับการเลือกซื้อเสื้อก็ตาม เพราะหนหนึ่งเธอไม่ได้ซื้อเสื้อที่อยากจะได้ในร้านร้านหนึ่ง แต่เมื่อเดินกลับไปอีกครั้งก็พบว่าเสื้อมันไม่ได้อยู่ตรงที่เดิมอีกแล้ว ใจเองก็อดเอามาเปรียบเทียบกับเรื่องความรักอีกหลายหนในเวลาต่อมา การที่ได้รักแล้วมานั่งเสียใจเพราะเรารักกันต่อไปไม่ได้ ดีกว่าการที่เราไม่เลือกที่จะรัก แล้ววันหนึ่งก็มานั่งเสียใจว่า “ทำไมถึงไม่รัก” ใจคิดแบบนั้นเสมอ และก็ยกเอาเรื่องนี้มาบอกเพื่อนสนิทและคนรู้จักอีกหลายคน “อย่าเสียใจที่ทำ จงเสียใจที่ไม่ได้ทำมากกว่า” เรื่องของพ่อก็เช่นกัน แม้ในวันนั้นพ่อจะไม่รู้เลยว่าใจจับมือของพ่อ แต่มันก็ทำให้ใจได้หมดกังวลไปอีกเปราะ เรื่องที่อยากจะทำ คั่งค้างในหัวใจ ได้หายไปอีกหนึ่งเรื่อง เช่นเดียวกันกับการสวมกอดแม่ที่รอบคอ แม้น้ำตาจะพาลไหล เสียจนต้องรีบปล่อยจากการกอดกับแม่ และเดินผละออกมา เพราะไม่อยากให้พวกเราต้องเห็นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดน้ำตาไหล ในการร่ำลากันระยะสั้นๆ นี้ ชีวิตเรามันสั้นเหลือเกิน ขอให้เลือกทำในสิ่งที่ต้องการในยามที่ยังหายใจและทำมันได้ ขอให้เลือกรักในอย่างที่จะรัก แม้จะมีอุปสรรคมากแค่ไหน เหนือสิ่งอื่นใด ขอให้การกระทำและการเลือกทำในสิ่งนั้นไม่เบียดเบียน หรือทำร้ายใครก็เพียงพอ…. แม้ใจจะเลือกทำในสิ่งที่ต้องการไม่ได้ทั้งหมด ด้วยเพราะเหตุผลและปัจจัยอะไรหลายๆ อย่าง ถึงยังไง ความจริงที่ว่า เราไม่ได้ทุกอย่างที่ต้องการ ก็เป็นความจริงที่เราต้องพบเจออยู่บ้าง แต่อย่างน้อย… ใจก็ได้จับมือพ่อและกอดแม่แล้ว…. อย่างน้อยใจก็ไม่เสียใจที่ไม่ได้ทำแบบนี้เมื่อเวลาได้ผ่านพ้นไปอีกนานนับจากนี้…. Random PostsDiscussion8 comments for “ทำแล้ว”Post a comment |
เมื่อนานมาแล้ว ตูเคยใส่ดิสเพลย์MSG.ในmsnว่า
never regret what you do, only regret what you didn’t do.
เข้ากับเรื่องนี้พอดี
ดีจริงๆ ที่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ก่อนจะไม่ได้ทำ และเสียใจภายหลัง
พี่คงเสียใจถ้าไม่ได้กอดและขอให้ใจโชคดีกับการเดินทางครั้งนี้
ดีใจที่ได้ทำแล้วเหมือนกันค่ะ
คุณใจ เดินทางดี ๆ นะคะ
Cape Diem!! จงฉกฉวยวันเวลาไว้
วันก่อนเพิ่งเขียนไว้ในบล็อกให้เพื่อนคนนึง น่าจะเข้ากับสถานการณ์นี้เป็นอย่างดี อ่านซะhttp://lepidopterans.blogspot.com/2009/01/cape-diem-seize-day.html
วันก่อนไม่ได้ไปส่งเลย ขออวยพรย้อนหลังนิดนึงนะ
ว่าขอให้น้ำค้างเจอแต่สิ่งดีๆ ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ จ้า
ตอนนี้คงถึงที่โน่นแล้วใช่ไหม ว่างๆ อย่าลืมมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านบล็อกนี้ให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ด้วยนะจ๊ะ
ชอบคำนี้ค่ะ
“อย่าเสียใจที่ทำ จงเสียใจที่ไม่ได้ทำมากกว่า”
ตามมาจาก http://www.oknation.net/blog/blackhuman/2009/02/04/entry-1/
เคยเขียนเรื่องราวคล้ายๆอย่างนี้ครั้งหนึ่งค่ะ
เรื่องของการกอดแม่ ก่อนไม่มีแม่ให้กอด
http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai/2008/08/12/entry-1