// archives

Archive for March, 2009

ศิลปินข้างถนน ตอนที่ 1

 image

ที่นี่มีศิลปินคอยให้ความบันเทิงแก่ผู้คนหลากหลายประเภท ใจเองก็คอยเสพย์ความสุขจากศิลปินเหล่านั้นอยู่แทบทุกวัน เพียงแต่ว่า … ใจไม่ต้องเสียเงินค่าตีตั๋วเข้าชมการแสดง เพราะศิลปินเปิดการแสดงสดข้างถนนแทนบนเวที
ใจจำได้ว่า มาเมลเบิร์นหนที่แล้ว เห็นผู้คนที่มาเปิดการแสดงของตัวเองหน้าห้างสรรพสินค้ากลางในเมืองอยู่เสมอ มาหนนี้ก็ยังไม่วายที่จะได้เห็นภาพแบบเดียวกันแทบทุกวัน

Butt Free City กรุณาดับก่อนทิ้ง

 image

เมื่อราวสัปดาห์ที่ผ่านมา ใจสะดุดตากับข่าวๆ หนึ่งในหน้าหนังสือพิมพ์ของที่นี่ วันนี้เลยอดเสียไม่ได้ที่จะหยิบยกมันมาบอกต่อ… ใจความของข่าวบอกว่า …ไฟไหม้ถังขยะทำให้หน่วยงานทางการของเมลเบิร์นต้องเสียค่าใช้จ่ายถึงปีละ แสนดอลลาร์ โดยเฉพาะปีที่ผ่านมาทางการอ้างว่าการที่นักสูบทั้งหลายไม่ยอมดับไฟบุหรี่ก่อนทิ้งก้นบุหรี่ลงในถังขยะ ทำให้ถังขยะไหม้ไฟราว 955 ถัง แต่ละครั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกไปดับไฟต้องเสียใช้จ่ายต่อครั้งราว 220 ดอลลาร์ ค่าเปลี่ยนถังขยะใหม่แทนของเดิมราว 1300-4200 ดอลล่าร์ขึ้นอยู่กับชนิดของถังขยะ

เก้าอี้คนโสด

 image

อย่างที่เคยบอกเอาไว้ ที่นี่อากาศผิดปกติกว่าบ้านเรามาก บางวันมีทั้งหนาว ร้อน และฝนตก ใครที่บ่นๆ บ้านเราอากาศผิดเพี้ยนมาเจออากาศที่นี่คงบ้าไปกันพอสมควร และหากร่างกายไม่แข็งแรง พักผ่อนไม่เพียงพอก็มีโอกาสที่จะเป็นหวัดไม่สบายกันได้
คนที่นี่มักจะดูพยากรณ์อากาศกันแทบทุกวัน เพื่อดูว่าวันพรุ่งนี้จะต้องเจอสภาพอากาศเป็นอย่างไร ซึ่งใจเองก็มักจะเริ่มทำแบบคนอื่นเขาบ้างแล้ว ไม่มีเวลาได้ดูทีวี ก็มักจะใช้วิธีถามเพื่อนฝูง เปิดหนังสือพิมพ์แจกฟรีดูพยากรณ์อากาศ (เผลอดูพยากรณ์ชีวิตไปด้วยทุกวัน 555)
หลายวันก่อนอากาศแจ่มใส พยากรณ์อากาศบอกไว้ท้องฟ้าโปร่ง ฝนไม่ตก อุณหภูมิราว 19 องศา บรรยากาศกำลังสบาย ซึ่งมักจะตรงกันข้ามกันกับบ้านเราชัดเจน

กลอนรัก

 image

ชั่วโมงเรียนเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา Sarah ให้พวกเราอ่านบทกลอน  Funeral Blues ของ Wystan Hugh Auden ที่ออกจะดูเหงาเศร้าสร้อยเอาการ เพราะเนื้อหาของกลอนสื่อไปในทางของการแสดงอารมณ์สูญเสียผู้อันที่รัก Funeral Blues มีข้อความและอักษรบอกภาพที่ทำให้คนอ่านตามแล้วคล้อยไปด้วย
นี่คือบทกลอนที่ว่า ….
Stop all the clocks, cut off the telephone,
Prevent the dog from barking with a juicy bone.
Silence the pianos and with muffled drum
Bring out the coffin, let the mourners come.

รถเบนซ์ของดีเอชแอล

 image

ข่าวคราวเรื่องเครื่องบินลำเลียงสินค้าของ FedEx ประสบอุบัติเหตุที่สนามบินนาริตะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาโด่งดังไม่น้อยที่นี่ ขณะที่ใจเองก็เห็นรถของดีเอชแอล บริษัทรับส่งสินค้าอีกเจ้าขับวนอยู่ทั่วเมืองอยู่เสมอตั้งแต่มาถึงที่นี่
จำได้ว่ารถส่งของที่ดีเอชแอลที่เมืองไทยพ่นสีเหลืองทั้งคัน แปะยี่ห้อของบริษัทเอาไว้รอบคันเป็นตัวอักษรสีแดงสดใส โดดเด่นเตะตาเป็นอย่างยิ่ง และที่นี่ก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน
เพียงแต่ว่า…. ต่างกันตรงที่ยี่ห้อของรถคันนั้น ที่เมืองไทย เป็นรถตู้ยี่ห้ออะไรจำไม่ได้ แต่ไม่ใช่ เบนซ์แบบที่นี่…

บะหมี่ชามยักษ์

 image

หลายวันก่อนใจใช้เวลาในการเดินหาของกินแถวๆ ไชน่าทาวน์กลางใจเมืองของเมลเบิร์น หลังจากที่อัดอั้นตันใจอยากกินบะหมี่มาหลายวันแต่ยังไม่มีโอกาสไปเดินหาเพราะทั้งตื่นเช้าไปเรียนและทำงานหนักติดๆ กันตลอด 5 วันเต็ม ว่าง 2 วันก็เอาแต่หลับแต่นอนไม่ยอมไปไหนมาไหนเลย
เดินวนอยู่หลายรอบ ก็มาตกลงปลงใจอยู่ที่ร้านอาหารจีนผู้คนมากมายนั่งอยู่ในร้าน ใจเดินดุ่มๆ เข้าไปบอกพนักงานในร้านที่ใส่กางเกงสีดำ เสื้อขาว และเสื้อกั๊กสีดำว่าขอที่นั่ง 1 ที่
เลือกบะหมี่ในเมนู มีสัญลักษณ์พริก 2 เม็ดห้อยท้าย แสดงระดับความเผ็ดของน้ำซุปที่บอกว่าเป็นแบบเสฉวน มีเครื่องปรุงเป็น 8 จักรพรรดิ์ ในวงเล็บบอกว่าเป็นเม็ดถั่วสีเขียว เครื่องใน เป็ดย่าง และอื่นๆ อีกหลายอย่างที่ใจจำไม่ได้

เดินชมโบสถ์

 image

คาบเรียนวันศุกร์ เป็นเวลาของกิจกรรมนอกห้องเรียน ที่นักเรียนที่โรงเรียนสอนภาษาที่ใจสมัครมาเรียนสามารถเลือกได้ว่าอยากจะไปไหน ทำอะไร ตามที่อาจารย์จัดไว้ เพียงแต่มีเงื่อนไขว่า … ห้ามเกินจำนวนที่มากเกินไป
ใจเป็นคนหนึ่งที่อาศัยช่วงของวันศุกร์นี้ติดสอยห้อยตามอาจารย์ไปเที่ยวสถานที่สำคัญๆ ของเมืองมา 2 อาทิตย์แล้ว และเชื่อว่าหากสถานที่ไม่ซ้ำกัน นั่นหมายถึงว่าใจจะมีโอกาสได้เที่ยวในที่เหล่านั้นรวมแล้วกว่า 20 สถานที่….เหมือนกับได้เที่ยวทุกสัปดาห์กันเลยทีเดียว

ศุกร์ที่ผ่านมา ใจเลือกกิจกรรมเดินชมโบสถ์สำคัญในเมลเบิร์น แม้จะเดินไม่ครบ เพราะเวลามีจำกัด แต่อาจารย์ก็พยายามจะเลือกโบสถ์สวยๆ และขึ้นชื่อให้เราได้เดินชมกันมากที่สุด

รูป

 image

ใจกับ Ivy เพื่อนจากเวียดนาม ที่จบจากสิงคโปร์ และมาเรียนต่อที่นี่พากันนั่งนับชั่วโมงเรียนไปเรื่อยๆ เพราะทั้งง่วงนอนและหิวข้าวด้วยกันทั้งคู่ สุดท้าย…อย่างที่บอก หากไม่ตายเสียก่อน เวลาที่รอคอยก็มาถึง 555 เพราะ Sarah ก็ปล่อยพวกจ๊อดทั้งหลายกลับบ้านตอนเที่ยงครึ่ง
หลังจากร่ำลาผู้คนเป็นที่เรียบร้อยใจก็ตรงดิ่งไปยังห้าง Big W ห้างที่เหมือนกับคาร์ฟูร์บ้านเรา เพื่อซื้อรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ได้ Dunlop สีเทาติดมือกลับบ้านมา พรุ่งนี้จะได้ฤกษ์ประเดิมใช้งานมันไปกับการเสิร์ฟอาหารอีกครั้ง

สัญญาก่อนแต่งงาน

 image

วันนี้ในห้องเรียนอาจารย์ Sarah หยิบยกเอาเรื่อง Before you say “I do”  มาคุยกันในห้อง ก่อนลงมือแจกแผ่นกระดาษถ่ายเอกสารใจความเกี่ยวเนื่องกัน เรื่องราวของคู่รักก่อนที่จะแต่งงานกัน  ซึ่งอันที่จริงแล้ว Sarah พูดถึงเรื่องมาหลายวันแล้ว จนใจเองก็แอบเคืองจะพูดอะไรกันนักหนา ย้ำกันมาหลายวันแล้วนะ…แบบนี้เรียกว่าตอกย้ำ
เริ่มต้นกระดาษแผ่นนั้นนำเสนอคำคมสอนใจที่เกี่ยวเนื่องกับการครองเรือน จำพวก
“In almost every marriage, there is a selfish and unselfish partner. A Pattern begins and never changes, of one person always asking for something and other person always giving something away.”

งานเสิร์ฟ…ภาคสอง

 image

วันแรกของการทำงาน ใจกลับบ้านมาพร้อมกับความรู้สึกที่ใครก็บอกเอาไว้แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้นกับใจ “ตูมาทำอะไรอยู่ที่นี่ฟะ” ใจคิดแบบนี้ขึ้นมาแล้วจริงๆ
ที่นั่นไม่มีใครรู้ว่าใจทำงานมานานแล้วร่วมสิบปี ไปไหนต่อไหนเสียหลายที่ งานหนักก็แค่ชวนคนอื่นคุย เดินทาง และก็เอากลับมาเขียน ไม่เคยออกแรงแบกหนังสือ อย่างมากก็แค่แบกคอมฯ ออกนอกบ้านไปร้านกาแฟ….
แต่งานเสิร์ฟกลับไม่ใช่แบบนั้น หน้าที่ของใจคือรับเช็ดโต๊ะ กวาดพื้น จัดจานบนโต๊ะ รับออเดอร์จากลูกค้า เสิร์ฟอาหารให้ทันกับที่ลูกค้าสั่ง ทำน้ำทุกอย่างในร้านให้เป็น และเสิร์ฟให้เขา ต้องหมั่นจำรายชื่ออาหารเป็นภาษาอังกฤษ ต้องท่องและอธิบายได้ว่า อาหารประเภทนั้นเป็นอย่างไร

จากนักข่าวมาเป็นนักเสิร์ฟ…ภาคแรก

 image

วันนี้เป็นวันแรกในรอบ 1 สัปดาห์ที่ใจจะมีโอกาสให้ร่างกายได้พัก หลังจากตรากตรำทำงานหนักมาติดๆ กันไม่หยุดหย่อน บอกตรงๆ ใจนั่งนึกถึงวันนี้มาตลอด เวลาเรารออะไรสักอย่าง มันมักจะมาอย่างช้าๆ เงียบๆ ไม่มีเสียงพูดจา ทำให้เหมือนแต่ละช่วงวินาที นาที ชั่วโมงและวันช่างยาวนานเสียนี่กระไร แต่สุดท้ายแล้วหากรักษาชีวิตให้รอดพ้นไปได้ เวลาที่รอคอยก็จะมาถึงเสมอ…มันก็เป็นแบบนั้น นี่แหละสัจธรรม…ไม่ตายเสียก่อนก็ได้เจอ (เกี่ยวกันไหม?)
ใจนับวันไปเรื่อยๆ จนมาถึงวันนี้วันที่ว่างเว้นจากงานเสิร์ฟอาหารในร้านอาหารไทยซึ่งทำรวมทั้งสิ้น 5 วันต่อสัปดาห์ ว่างสองวันคือ จันทร์และอังคาร

อัพเดต

 image

หายหน้าหายตาไปหลายวัน นั่นเป็นเพราะกำลังวุ่นวายอยู่กับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ใจต้องตื่นนอนตรงตามเวลานาฬิกาปลุกคือ 6.15 น. เข้าห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า กินกาแฟ ขนมปัง แล้วออกจากบ้านให้ทันรถไฟรอบ 7.31 แล้วเดินไปโรงเรียนราว 5 นาที ห้องเรียนเริ่มการเรียนการสอนตอน 8.15 น.
วันนี้วันที่ 15 ของการอยู่ที่นี่แล้ว แต่ใจยังเดินหลงในเมืองอยู่ไม่เลิก เพราะชีวิต 15 วันนี้วนซ้ำกิจกรรมไม่มากนัก จำพวกตื่นนอน ไปเรียน กลับจากเรียนไปทำงานที่ร้านอาหารไทย ซึ่งตอนนี้ใจหางานทำได้แล้ว 5 วันต่อสัปดาห์ อันที่จริงอยากได้อีก 1 วัน และเหลือไว้ 1 วันเพื่อพักผ่อนจากการเรียนและการทำงาน

สุขสันต์วันแต่งงาน

 image

ไม่กี่วันหลังวีซ่าออก และใจเองก็ระบุวันเดินทางมาที่นี่เรียบร้อยแล้ว เพื่อนที่คบหากันมาตั้งแต่ป.5 ก็แจ้งข่าวให้ทราบว่าเธอจะแต่งงาน และงานแต่งก็จะจัดขึ้นหลังจากที่ใจเดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว ดังนั้น ต่อให้อยากไปร่วมงานแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้เสียแล้วในช่วงเวลานั้น
วันนี้เป็นวันที่จัดงานแต่งที่บ้านเกิด หมู่บ้านเดียวกันกับใจ ก่อนย้ายมาจัดงานที่โรงแรมสุโขทัยอีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อให้แขกเหรื่อที่กรุงเทพฯ ได้มีโอกาสแสดงความยินดีกับบ่าวสาว ซึ่งทั้งสองก็เป็นเพื่อนของใจด้วยกันทั้งคู่

ความเปลี่ยนแปลง

 image

เสียงดังเล็ดลอดมาจากหน้าต่าง ทำให้ใจต้องผงกหัวลุกขึ้นมาจากหมอน หยิบมือถือที่ซ่อนเอาไว้ใต้หมอนมาเปิดดูเวลา ถึงกับลืมตาโพรง ในใจก็คิด “นี่มันสิบโมงครึ่งแล้วหรือนี่” นอนเพลินซุกตัวอยู่ในผ้าห่มเสียจนสายขนาดนี้ แต่กว่าจะคิดได้ว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ งานเข้าช่วงเย็นก็ทำให้ใจอยากจะนอนซุกผ้าห่มต่อไปอีกสักพัก
แต่ดูเหมือนท้องเจ้ากรรมไม่เป็นใจ ใจชักจะหิวขึ้นมาแล้ว ว่าแล้วก็ลุกจากที่นอน เข้าไปในครัว หยิบข้าวและกับข้าวมาใส่ไวโครเวฟ เลือกกดอุ่นอาหารนาน 2 นาที แล้วก็นั่งรอ

ไป st.Kilda

 image

เมื่อตอนมาถึงที่นี่แรกๆ ใจไปพำนักและกินข้าวฟรีอยู่กับเพื่อนนานถึง 4 วัน ก่อนจะย้ายข้าวของออกมาหาเช่าบ้านเองและเริ่มไปเรียนในอีก 2 วันถัดมา ระหว่างที่พักอยู่กับเพื่อน ใจเพิ่งได้รู้ว่า เพื่อนเองไม่เคยออกจากเมลเบิร์นเลยสักครั้ง สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบางอย่างของที่นี่ก็ไม่ได้ไป แม้เขาจะอยู่ที่นี่นานร่วม 3 ปี ขณะที่เพื่อนของเพื่อนอีก 2 คนอยู่มานานกว่า 5 ปีก็ไม่เคยไปเช่นเดียวกัน
ความจริงที่ว่าใจมาที่นี่ 5 วันเมื่อเดือนนี้ปีที่แล้ว แต่เที่ยวทุกอย่างของเมลเบิร์นแทบจะครบหมดเป็นความจริงจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นในเวลาต่อมาเมื่อ Frank เจ้าของบ้านชักชวนใจไปสถานที่สำคัญบางอย่างในเมืองพร้อมกับภรรยาของเขาที่เป็นคนไทย ใจเองก็บอกว่า “ใจไปมาหมดแล้ว”

Page 1 of 212

 

March 2009
M T W T F S S
« Feb   Apr »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

รูปของใจ

14 12 4 18 (4) 2 (6) sydney aquarium5 Hk19 Singapore Flyer1 8 (7) 35 63 29 22 Hk36 055 7 (2)
View more photos >