keep blogging กับ แตงกวาความยากลำบากอย่างหนึ่งของการเขียน blog ก็คือ การลงมือเขียนอะไรสักอย่าง แม้จะอยากจะเขียน แต่หากไม่ลงมือก็ไม่มีตัวอักษรใดเกิดขึ้น เช่นเดียวกัน ความขยันเขียน ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีเรื่องเล่าเพิ่มมากขึ้นในหน้า blog เราคงไม่ได้อยากพบว่ามีเรื่องราวเพียงเรื่องเดียวแปะเอาไว้ด้านหน้า กลับเข้ามาเมื่อใดก็ไร้ซึ่งเรื่องราวใหม่ๆ หรือต่อให้เป็นเรื่องเก่าก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับใครหลายๆ คน ..อย่างที่รุ่นพี่นักเขียนคนหนึ่งพูดเอาไว้ว่า “keep blogging” ใจเองเริ่มต้นเขียน blog ด้วยเพราะ “อกหัก” แต่ละวันมันช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งพบว่า ตัวอักษรช่วยระบายความในใจและความรู้สึกนึกคิดได้ดี ครั้นจะให้พูดกับตัวเองคนเดียวก็กระไรอยู่ เลยอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์
ต่อเมื่อ อาการอกหักหดหาย การระบายผ่านตัวอักษร กลายเป็นความชอบส่วนบุคคล ใจเริ่มรู้สึกว่า บรรยากาศที่ได้กดปุ่ม publish ให้ความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน ยิ่งรู้ว่า คนที่เราอยากจะให้เขาได้อ่านเรื่องราว เขาได้อ่าน… ก็ยิ่งอยากจะหาอะไรใหม่ๆ ให้เขาได้อ่านอยู่เรื่อยๆ ทุกวันนี้ใจเองก็ยังไม่มีใครมานั่งข้างๆ เป็นคนรัก อาการอกหักก็ยังคงเป็นภาพที่ชัดเจนในความทรงจำของใจ เพียงแต่ว่า การเขียนเรื่องราว ผ่านหน้า blog กลับเกิดขึ้นทุกสถานการณ์ในช่วงชีวิต หาใช่เพราะอกหัก รักไม่ดีเท่านั้น วันดีคืนดี ก็ย้อนกลับไปอ่านเรื่องราวของตนเอง ก็ได้เห็นว่าได้ผ่านช่วงเวลาอะไรมามากมาย จนถึงตอนนี้ ที่ว่างแห่งนี้ไม่ได้มีเพื่อระบายอารมณ์เสียแล้ว แต่เป็นร้านหนังสือขนาดย่อมของใครบางคน รวมถึงตัวใจเอง ร้านหนังสือในแบบที่พี่โอ รุ่นพี่ที่ปราถนาดีกับใจบอกว่า…กลับมาเมื่อใดก็ไม่ผิดหวัง เพราะมีหนังสือใหม่อยู่บนชั้นให้เลือกอ่านอยู่เสมอ ไม่ผิดหวังที่จะกลับมาอีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า…. เหมือนอย่างเช่นวันนี้ หลังจากที่เจ้าเอ๋ ลูกพี่ลูกน้องที่กำลังทำเรื่องยื่นวีซ่าไปเรียนภาษาที่ออสเตรเลียด้วยกันกับใจ บอกเมื่อหลายวันก่อนว่า ทางผ่านที่เจ้าหล่อนไปสอนภาษาจีนแห่งหนึ่ง ปลูกแตงกวา ให้ภาพที่สวยงาม แดดลง สะท้อนกับน้ำที่พ่นออกมาจากสปริงเกอร์ ได้ยินเช่นนั้น หูใจก็ผึ่ง ตาก็ลุกวาวขึ้นมาในบัดดล คนอย่างใจหรือจะพลาดภาพงามๆ เช่นนั้น หวังที่จะให้ตาได้เห็น พอๆ กับให้กล้องคอมแพ็คเล็ก ๆของใจได้บันทึกภาพเอาไว้ ผ่านเนิ่นนานไปหลายวัน ใจเพิ่งจะมีโอกาสแวะไปทางนั้นกับพี่สาว ระยะทางไม่ไกลจากที่บ้านนัก และใจก็พบกับไร่แตงกวาที่เจ้าเอ๋ว่า เพียงแต่ว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาให้น้ำ แดดก็แรงเพราะเข้าใกล้ 11 โมงเช้า เราจอดรถแล้วก็เดินเข้าไปพูดคุยกับคนงานในไร่ ป้าใจดี รู้จักคุณครูภาษาจีนอย่างเจ้าเอ๋ดีเช่นกัน ทักทายและยิ้มแย้ม ให้ข้อมูลมากมาย โดยเฉพาะแตงกวาไซต์ใหญ่ปลูกในหน้าหนาว เลือกใช้พันธุ์ที่เหมาะกับหน้าหนาว ใช้เวลาราว 30 วัน ก็เก็บเกี่ยวแตงกวาเอาไปส่งตลาดใหญ่สุดในตัวจังหวัด หน้าร้อนใช้พันธุ์จำพวก อมตะ 1 หรือ อมตะ 2 แต่ละฤดูกาลแตงกวาใช้เวลาในการออกผลไม่เท่ากัน หน้าร้อนผลออกเร็ว เก็บเกี่ยวได้เร็ว หน้าหนาวกว่าจะโผล่ออกดิน กว่าจะเก็บกินได้ก็ยาวนานกว่าปกติ วันนี้ที่ไร่ให้ปุ๋ย อีกสองสามวันจะต้องพ่นยาฆ่าแมลง ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะอยากเลี่ยง แต่ก็ไม่ได้เลี่ยงที่จะใช้ สุดท้ายเกษตรกรก็พึ่งพายาฆ่าแมลงเพื่อผลผลิตที่มากกว่า เขาให้น้ำในยามเช้า และเย็น สองสามวันเว้นที ช่วงนี้พ้นช่วงทำหน้า พื้นที่นาเลยกลายเป็นไร่แตงกวา หน้าฝนเทน้ำลงในนา ชาวบ้านก็เปลี่ยนสภาพเป็นนาข้าวกันอีกครั้ง ใจลาจากไร่แตงกวา ขับรถลัดเลาะไปตามทางดินลูกรังที่หลงเข้าใจผิดว่า “ทางจะดี” ในใจก็คิดประสบการณ์แบบนี้จะหาที่ไหนหากเราไม่ออกจากบ้าน .. ใจใช้เส้นทางกลับบ้านที่ต่างจากขามา ผ่านที่นา และไร่ยาสูบกว้างสุดลูกหูลูกตา แวะถ่ายภาพในจุดต่างๆ … ท่ามกลางอากาศที่เริ่มร้อนระอุเข้าทุกที มาถึงตรงนี้ใจก็รู้สึกดี…ที่ชีวิตของเราไม่ได้หยุดอยู่กับที่ “keep blogging” ทำให้ชีวิตไม่นิ่งอยู่อย่างนั้น ใจแค่ออกจากบ้าน ไปทำในสิ่งที่ใจอยากจะเห็นและอยากจะทำ เก็บเอาภาพและสิ่งที่ได้ยินมาเปลี่ยนเป็นตัวหนังสือ วางไว้บนชั้นหนังสือให้ผู้ทีแวะเวียนเข้ามาร่วมรับประสบการณ์เดียวกันกับใจ มันคงจะดี ที่เราต่างก็ได้เดินทางไปด้วยกันผ่านตัวหนังสือเหล่านี้… Random PostsDiscussion2 comments for “keep blogging กับ แตงกวา”Post a comment |
มาฝากข่าวเรื่องดี ๆ จ้า เด๋วนี้มี Google ลายท่องเที่ยวแล้วนะจ๊ะ แถมใช้ดีมากมายอีกตั้งหาก เข้าไปดูได้ที่ Link ด้านล่างนี่ได้เลยจ้า
Google Siam
ใช้ได้แล้วก็อย่าลืมแบ่งปันเผื่อแผ่ให้เพื่อน ๆ ได้ใช้กันด้วยนะจ๊ะ ^^
ยินดีที่ได้รุจักค่ะ เริ่มจากแวะเข้ามาชมรีวิวฮานอย แล้วติดใจ เข้ามาอ่านเรื่อยๆค่ะ ถ่ายภาพสวยมากๆ แล้วก็เขียนเรื่องได้น่าอ่านจิงๆค่ะ ขอสมัครเป็นผู้อ่านด้วยคนนะคะ ติดใจค่ะ keep blogging นะคะ ^^