มวยในงานวันวาเลนไทน์“นับหนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า สิบ” ฝ่ายแดงเป็นผู้ชนะไปแล้วครับ สิ้นเสียงคนพากย์มวยในงานวัดข้างบ้าน ใจกับพี่สาวก็หันมามองหน้ากันอย่างสงสัย นั่นเป็นเพราะเสี้ยววินาทีก่อนฝ่ายน้ำเงินจะล้มลงบนพื้น นักพากย์จะประกาศนับสิบและยกให้ฝ่ายน้ำเงินชนะเลิศ เราต่างก็เห็นเหมือนกันว่าทั้งนักมวยฝ่ายน้ำเงินและแดงล้มลงไปกองด้วยกันทั้งคู่ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าผู้คนข้างที่ยืนบังเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะระยะประชิดกับเวทีสีขาว มีเชือกคาดไปมาทิ้งช่องว่างกว้างพอให้คนลอดตัวเข้าไปได้นั่น ทำให้เรามองไม่เห็นว่า ทั้งสองล้มลงในท่าทางแบบไหน ถึงกับต้องส่งผลให้กรรมการต้องนับสิบทำให้ฝ่ายแดงชนะฝ่ายน้ำเงินไปในท้ายที่สุด
แต่…ยังไม่ทันจะหายสงสัย และหาคำตอบมาทดแทนคำถามในจิตใจ ชายเสียงเล็กที่เป็นเจ้าของงานบันเทิงยามค่ำคืนในหมู่ของใจ เนื่องมาจากวันวาเลนไทน์ … ไม่ได้โกหกเลยแม้สักนิด งานวัดกลางสนามโรงเรียนประถมข้างบ้านใจ จัดขึ้นเพราะวันวาเลนไทน์ถึง 5 ค่ำคืนติดต่อกัน ก็เริ่มป่าวประกาศรายชื่อนักมวยทั้งสองสีที่จะทำการชกในคู่ต่อไป นี่เป็นการมาดูมวยแบบสดๆ ข้างเวทีของใจในรอบหลายสิบปีมานี้ จำได้ว่าครั้งสุดท้ายคือครั้งที่พ่อเป็นคนจัดงานเอง และไปแอบยืนดูพ่อคล้องพวงมาลัยนักมวยด้วยตนเอง เพราะเป็นคนจัดงานวัดในบ้านเกิด หลังจากนั้นใจก็ไม่เคยได้มีโอกาสได้ชมการชกต่อยให้ตัวเป็นรอยช้ำแบบนี้อีกเลยสักครั้ง นอกเสียจากมวยตู้ ใจกับพี่สาวใช้เวลาเดินวนรอบงานฉลองวันวาเลนไทน์บนสนามฟุตบอลของโรงเรียนอยู่นาน กว่ามวยจะเริ่มชกกันตอนสามทุ่มครึ่ง ยิ่งดึกยิ่งหนาว เราอยากให้มวยเริ่มต่อยเพื่อที่จะได้กลับเข้าบ้านมานอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มกันเสียที เมื่อมวยเริ่มต้น เจ้าของงานซึ่งตอนนี้กลายเป็นคนพากย์มวย และเรียกตัวเองในเวลาเดียวกันว่า “โปรโมเตอร์” ก็ประกาศว่า นักมวยที่จะต่อยกับฝ่ายแดงนั้นไม่มา หลังจากนับ หนึ่ง สองและสาม เพื่อเรียกหานักมวยอีกฝ่ายหนึ่ง เขาก็เรียกฝ่ายแดงในชุดที่ยังไม่ได้เตรียมพร้อมจะต่อยมวยขึ้นเวที เรียกหา ผู้ที่ต้องการสำแดงฝีมือต่อยคู่กับนักมวยม่ายนวมครั้งนี้ แม้ใจจะรู้สึกแปลกใจกับการเรียกหาคู่ชกกันแบบสดๆ กลางงานแบบนี้ แต่ก็อดรู้สึกดีกับวิถีมวยชาวบ้านเสียมิได้ บางทีเราก็ไม่เห็นการเปรียบมวยแบบนี้จากที่ไหน “ใครสนใจมาต่อยกัน” มันคงจะเป็นแบบนั้น แม้จะมีคนที่รูปร่างๆ เท่ากับฝ่ายแดงสนใจจะต่อยกันสดๆ แต่ โชคร้ายของผู้มาใหม่แบบชนิดที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวก็คือ คนพากย์ดันบอกว่า “เสียใจด้วยนะครับ พอดีฝ่ายน้ำเงินเขามาทันซะแล้ว” มวยคู่ที่สองเพิ่งเริ่มไปได้ 2 ยก ใจกับพี่สาวซึ่งต่างก็ยืนอยู่ท่ามกลางความเหน็บหนาว ไม่สามารถทนไหวได้ต่ออีกแล้ว เราทั้งเมื่อยและหนาวในยามนี้ … ขณะที่ใจกำลังเดินลัดเลาะสนามหญ้า ผ่านวัด และลัดเลาะข้างวัดกลับบ้าน ก็พาลนึกถึงนักมวยบนเวทีเสียมิได้ เขามีเพียงกางเกงขาสั้นสีแสบสันนั่นเพียงตัวเดียว ในมือสองข้างถูกรั้งเอาไว้ด้วยนวมที่คอยไล่ต่อยคนที่ใส่กางเกงคนละสีกับตนเอง หนาวแบบนี้ โดนต่อย โดนเตะเข้าไปแต่ละที คงเจ็บไม่น้อย…. คงจะเจ็บกันไม่น้อย… Random PostsDiscussion2 comments for “มวยในงานวันวาเลนไทน์”Post a comment |
ทำไมต้องใส่กางเกงกันคนละสี ใส่สีเดียวกันได้ไหม คงไม่มีใครต่อยผิดไปต่อยพวกเดียวกันแน่นอน
แต่ชนะในคืนวันวาเลนไทน์ คงจดจำไปชั่วชีวิตประหนึ่งได้ดอกไม้คืนวันวาเลนไทน์เป็นแน่แท้
พี่ใจหาข้อมูลทำหนังเหรอเนี่ย
องค์บาก 4