“เป๊ปซี่กรีน” เมื่อสีของเป๊ปซี่ไม่ได้ดำเพียงอย่างเดียว
มีกิจกรรมไม่กี่อย่างที่ทำให้ใจสบายใจในยามว่าง หนึ่งคือ นั่งฟังเพลง สองอัพ blog หาเรื่องเขียนไปเรื่อยๆ เมื่อยก็หยุดพักแล้วกลับมาอัพใหม่ สามออกไปนอกบ้านเพื่อหาของกิน กินพออิ่มแล้วก็เลิกกิน สี่ได้ออกเดินทางไกล ไร้ผู้คนที่เห็นพบหน้าค่าตามาก่อน แบบนั้นมันสบายใจ เพราะเราเหมือนได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และห้าไปหาที่ช็อปปิ้ง ใช้เงินจนหมดกระเป๋าแล้วค่อยมานั่งเศร้าทีหลัง
เช้านี้…ใจก็อยากจะหาความสบายใจใส่ตัวเองเหมือนกัน เลยตัดสินใจเดินออกไปนอกโรงแรม เพื่อหาของกินรองท้อง และเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อช็อปปิ้งแก้อาการเบื่อห้องสี่เหลี่ยม ใจอยากจะซื้อขนมปังกลับไปฝากพ่อ แม่ และพี่สาวที่บ้านนอกในวันพรุ่งที่จะมาถึง
เมื่ออิ่มท้อง ใจก็เดินก้มหน้าไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ห่างไม่กี่เมตร ที่มือข้างหนึ่งถือตะกร้าสีน้ำเงินเอาไว้รอของลงไปกองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่ไหล่มีกระเป๋าสีแดงอันเป็นที่รักของใจรอคอยการล้วงเอาเงินจ่ายค่าข้าวของ ที่หูทั้งสองข้างมีหูฟังของ ipod สีขาวเสียบค้างไว้พลางเล่นเพลงปลอบประโลมจิตใจไปเรื่อยๆ ระหว่างเดินในซูเปอร์มาร์เก็ตในยามเช้า

ตอนแรกกินแล้วแหวะ….ใจหยิบมะขามหวานแปรรูปห่อสีม่วงที่กินมาตลอดระยะเวลาหลายปีใส่ลงในตะกร้าเป็นชิ้นแรก ชิ้นที่สองเป็นน้ำยาเปลี่ยนสีผมราคาหลายร้อยบาทที่ตั้งใจเอากลับบ้านนอกด้วยเช่นกัน ใจเดินวนไปหยิบขนมปัง 3 ห่อใหญ่ใส่ตะกร้า นี่คือของฝากของที่บ้าน เดินต่อไปอีกนิด หยิบช็อกโกแลตเล็กๆ ใส่ลงไป ตั้งใจจะกินมันเพิ่มความหวานให้ชีวิต วาเลนไทน์ใกล้มาถึง ใจไม่ต้องรอคอยของหวานสีดำนี้จากใคร มีเงินก็ซื้อได้ด้วยตนเองเหมือนกัน …
สิ่งสุดท้ายที่ใจอยากจะได้เอาไปลงนอนในตะกร้าคือ “เป๊ปซี่” ทั้งๆ ที่คิดเอาไว้เป็นสิ่งแรกว่าจะซื้อ แต่เพราะว่าของบางอย่างอยู่ใกล้ทางออกมากกว่า เราจึงมักจะเลือกหยิบมันเป็นสิ่งสุดท้าย คนเราก็มักจะเป็นแบบนี้ ของบางอย่างไม่ได้มาเป็นสิ่งแรก เพราะมันหยิบได้ง่ายเสมอ เผลอเรอปล่อยเวลาเนิ่นนาน แล้วเลือกที่จะกลับวกมาเก็บมันใส่มือเพราะรู้อยู่แล้วว่ามันอยู่ตรงไหน จนบางครั้งเนิ่นนานไป…ของที่วางอยู่ที่เดิม ก็ถูกคนอื่นหยิบติดมือกลับบ้านไปแล้วก็มี
ใจเดินมาถึงหน้าตู้แช่น้ำอัดลมหลายยี่ห้อ สายตาก็สอดส่องมองหากระป๋องเป๊ปซี่ ทันใดนั้น ตาทั้งสองข้างก็ปะทะกับคำว่า “เป๊ปซี่” เพียงแต่มันอยู่ในกระป๋องสีเขียว แทนที่จะเป็นสีน้ำเงินหรือสีเงินในรุ่นพิเศษที่ใจเขียนถึงมาแล้วก่อนหน้านี้

สักพักอ้ะ…มันก็แปลกดี….คนเราต้องลองของแปลกกันบ้าง ชีวิตจะได้ไม่ซ้ำซาก“เป๊ปซี่ กรีน” ใจอ่านไม่ผิดหรอก เพราะตอนนี้กระป๋องเป๊ปซี่สีเขียวสดใสมาอยู่ในมือใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใจหอบเอาเป๊ปซี่ใส่ถุงกลับมาที่โรงแรมด้วย ตอนนี้เอามันมาเปิดแล้วทดลองดื่ม …. จิบแรกผ่านไป แหวะ รสชาติพิกล… จิบที่สอง พอทน เหมือนเลมอนอยู่ในน้ำเป๊ปซี่… จิบที่สาม สี่ ตามมา ตอนนี้หมดไปครึ่งค่อนกระป๋องเข้าไปแล้ว
นี่ลงทุนไปเปิดหาข่าวเก่าย้อนหลังเกี่ยวกับเป๊ปซี่กระป๋องเขียวรุ่นนี้มาอ่าน ก็เพิ่งรู้ว่า เสริมสุข เพิ่งตัดสินใจเปิดตัว เป๊ปซี่กรีนออกมากระตุ้นตลาดได้ไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากได้เคยเรียนรู้ว่าการสร้างสีสันทางการตลาดในบางช่วง โดยเฉพาะต้นปีที่หน้าร้อนกำลังย่างกรายเข้ามา ประสบความสำเร็จมาแล้ว อาทิ เป๊ปซี่โกลด์ และเป๊ปซี่บลูซึ่งเสริมสุขเคยเปิดตัวในอดีตและได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นนวัตกรรมทางการตลาดที่เปิดตัวในเมืองไทยเป็นที่แรกในโลกอีกต่างหาก

คิดไปเล่นๆ อยากกินแล้วแปลงร่างได้…ซูเปอร์ใจ
จนถึงตอนนี้ใจรู้แล้วว่า รสชาติเต็มที่ของเป๊ปซี่ กรีน คือรสชาติที่มีกลิ่นมิ้นท์ผสมอยู่ข้างใน น้ำสีดำกลับเปลี่ยนเป็นสีเขียวเสียแล้วในเวลานี้ ….
เป๊ปซี่กรีนทำให้คำว่า “ธุรกิจน้ำดำ” เปลี่ยนไป เพราะในวันนี้เป๊ปซี่ไม่ได้เป็นสีดำเพียงเท่านั้น แต่ยังมีสีเขียวด้วย….ก็เป๊ปซี่กรีนี่ไง เขียวอยู่เห็นไหม
Random Posts
|
ผ้าม่านก็เริ่มเขียว…
ตอนนี้หน้าใจเริ่มเขียวแล้วเอ้….
เมือก่อน ก็เคยมี pepsi blue, pepsi fire เด่วอีกหน่อย ก็คงหาสีใหม่ๆ มาเล่นอยู่เรือยๆ
แต่ กินสีนี้มากๆ ระวังจะเป็นสางเขียว นะจ๊ะ ..บรือออ
ปล. อย่างไง ก็รักโค้ก
สางเขียว…. สางเขียว…. งืม มันคืออะไรกัน??
ก็เป็นแนวๆ ละครหลังข่าวช่องเจ็ด วัน พ-พฤ ที่กำลังออนแอร์ช่วงนี้ไงครับ จำได้มั้ย..เคยฉายช่องเจ็ดเหมือนกัน ประมาณสักยี่สิบปีได้แล้วมั้ง สมัยนั้นกลัวมาก ดูไปกลัวไป..
ก็ว่าตัวเองแก่แล้วนะ แต่เกิดไม่ทัน..แสดงว่ามีคนแก่กว่า แถวๆ นี้แหละ
ป๊าดดด ใครแก่กว่าที่ไหน ไม่เห็นมี -_-”(สองปีเอง)
สองวันก็นับ… แก่กว่าอยู่ดี
_-”"
เจอน้องหลาย ๆ คนไม่ค่อยยอมลองสิ่งแปลกใหม่ ทำให้ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรใหม่ ๆ ไม่ว่าจะดีหรือแย่ แต่ถ้าลองสิ่งใหม่ ๆ บ่อย ๆ บางทีก็ย่ำแย่ไปเหมือนกัน โดยเฉพาะอารมณ์ความรู้สึกที่แปลกใหม่
อร่อยมั้ย ไม่เคยลอง แต่ว่าตอนนี้เลิกกินน้ำอัดลมแล้ว
เปลี่ยนเหมือนกัน เปลี่ยนเป็นไม่กิน