ขวางหู ขัดตาเคยบัญญัติศัพท์เฉพาะตนขึ้นมาไหม? บัญญัติมันขึ้นมาเพื่อเอาไว้ใช้เฉพาะตนเอง แล้วทำให้หลายคนที่พูดคุยด้วย หรืออยู่ใกล้เราเคยชินกับคำๆ นั้นที่หลุดออกมาจากปากเรา เหมือนกับเป็นคำบ่งบอกคุณลักษณะและเอกลักษณ์ประจำตัวยังไงยังงั้น ใจกำลังจะบอกว่า ใจเป็นคนหนึ่งในคนอีกมากที่ทำอะไรแบบนั้นกับเขาเหมือนกัน คำที่ใจมักจะใช้เสมอจนติดปากก็เห็นจะเป็น “ม่อง” ประโยคที่ใช้กับม่องได้สมเหตุสมผลจนคนใกล้ตัวมักเรียนรู้กับมันบ้างแล้วก็เช่น “ไม่ไหวแล้ว ง่วงมาก ขอไปม่องก่อน…” หรือไม่ก็ “เหนื่อยเหลือเกินวันนี้อยากจะม่องเหลือเกิน” คำว่า “ม่อง” ของใจหมายถึง นอนสลบเหมือด ไม่ก็ตายม่องเท่ง อะไรเทือกนั้น
ใจชอบใช้คำว่า “แม้ว” เช่น แม้วจริงๆ แทนคำบ่นเวลาเบื่อๆ ไม่สบายใจ หรืออะไรก็ตามที่แสดงความหมายไปในทางที่ไม่พึงพอใจอย่างแรง นอกเหนือจากนั้นยังชอบแปลงคำว่า “พาราเซตามอน” เป็นคำว่า “พาราโดราเอมอน” กินแล้วปวดหัวหลายปลิดทิ้ง เหมือนกับเป็นยาในกระเป๋าหน้าท้องของโดราเอมอน แม้มันจะไม่ได้เป็นคำที่ผุดไปอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน แถมยังขวางหู ขัดตา ผู้คนบางคนอยู่บ้าง แต่ใจก็ยังพึงพอใจจะใช้มันเสมอมา แบบที่ไม่ทำให้เด็กรุ่นหลัง เอาไปเลียนแบบ ภาษาไทยวิบัติ เพราะใจก็ไม่ได้เลือกใช้มันอย่างเป็นทางการในหน้าที่การงานในฐานะนักเขียนอาชีพในช่วงก่อนหน้า และนักเขียนที่รับงานพิเศษอยู่บ้างอย่างเช่นทุกวันนี้
เมื่อหลายเดือนที่แล้วก่อนลาออก ใจลงทุนเดินไปที่โต๊ะพี่เอ็นดู รุ่นพี่ที่ทำหน้าที่ตรวจพิสูจน์อักษรบทความของนักเขียนทุกคนในกองบรรณาธิการตลอดระยะเวลาหลายปี เพื่อขอดูพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หวังเพื่อจะดูคำว่า “ภาคส่วน” ในนั้นว่ามีความหมายว่าอย่างไร และใจก็ได้รู้ว่าคำว่า “ภาคส่วน” ไม่ได้มีบัญญัติไว้ในพจนานุกรมของไทย ทั้งๆ ที่ข่าวภาคค่ำ หน่วยงานราชการ และนักการเมือง ก็มักจะเรียกหาคำว่า “ภาคส่วน” มาใช้กันอยู่ตลอดเวลา ใจขัดหูกับคำนี้มาตลอด เพราะแม้จะเดาได้ว่ามันหมายถึงทุกคน ทุกส่วนของสังคม ทุกหน่วยงานของประเทศไทย แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะขัดหูกับคำพูดทั้งหมด เพราะตั้งแต่เกิดมา ใจเพิ่งจะมีโอกาสได้ยินคำนี้ก็เมื่อช่วงที่ประเทศของเรามีปฏิวัติหนล่าสุด หากจำไม่ผิด ใจได้ยินคำนี้ จากคำพูดของหน่วยงานทหาร ที่อ้างอิงขอความร่วมมือระหว่างกันของคนในสังคมทุกส่วน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา….ใจก็มีโอกาสได้รู้จักคำว่า “ภาคส่วน” ตลอดเวลา
ทำไมใจถึงพูดถึงคำว่า “ภาคส่วน” ขึ้นมาในที่นี้ นั่นเป็นเพราะเพียงอยากจะหาบทสรุปให้กับคำว่า “ม่อง” และ “แม้ว” ของใจ ว่ามันคือทางออกของใครบางคนที่อยากจะสื่อสารข้อความเฉพาะของตนให้คนรอบข้างได้รับรู้ในอารมณ์ของความหมายแบบเดียวกันกับเรา บางครั้งมันไม่จำเป็นจะต้องมีในพจนานุกรมฉบับสำคัญไหนก็ได้ แต่มันเป็นเหมือนพจนานุกรมส่วนตัวที่เรามีโอกาสที่จะผสมคำของเราเองได้ แม้มันจะขัดหู ขวางตาคนอื่นไปบ้าง แต่มันก็ไม่ทำร้ายใคร….. ปล. อยากหาความหมายของคำใดในพจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 Random PostsDiscussion2 comments for “ขวางหู ขัดตา”Post a comment |
มีใช้เหมือนกัน เวลาเจอคนนิสัยแย่ ๆ เราก็ใช้ชื่อเล่นเค้ามาเป็นคำด่าเพื่อนแทน
มี “จ๊อด” อีกคำ หุหุ