เรื่องเล่าจากห้วยทราย
หลายวันก่อนใจข้ามไปฝั่งห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว เพื่อพาเพื่อนสาวได้คำว่า “โอกาส” ในการเหยียบแผ่นดินเพื่อนบ้านของเรากลับติดมือกลับบ้านที่กรุงเทพฯ
การเดินทางห้วยทรายหนนี้ เป็นหนที่ 3 ในราว 2 ปีนี้ แถมทริปทั้ง 3 ยังเป็นทริปในแบบที่แทบจะไม่แตกกันมากนัก เรียกได้ว่าเป็น “format” ไปเสียแล้ว

เริ่มจากนั่งเรือหางยาวของคนไทยไปเหยียบแผ่นดินของลาว ผ่านพิธีการของด่านตรวจคนเข้าเมือง ก่อนที่จะต่อด้วยการเหมาตุ๊กๆ ของคนลาวในราคาที่แพงกว่าหนที่แล้ว ไปทัวร์ตลาดจีน ตลาดลาว และลานข้าวปุ้น

นับตั้งแต่ที่ถนนฝั่งลาวที่พาดผ่านยาวไปถึงสิบสองปันนาของจีน ตรงดิ่งเข้าคุนหมิงได้ด้วยการใช้เวลาไม่ถึง 1 วัน รอคอยเพียงการมาของสะพานมิตรภาพแห่งใหม่ที่จะสร้างขึ้นใหม่จากฝั่งบ้านของใจ หรือ ฝั่งอำเภอเชียงของ เพื่อทำหน้าที่เกี่ยวดองเส้นทางทั้ง 3 ประเทศเข้าไว้ด้วยกัน

ลาวก็เริ่มเตรียมการเติบโต และการเป็นเมืองทางผ่านของสินค้าจีนเข้าสู่ไทยหลากหลายประการ ซึ่ง 1 ในนั้นก็เหมือนจะเป็นตลาดจีนนี่กระมังที่ทำให้คนไทยอย่างเราได้คุ้นเคยกับมันก่อนบ้าง
ใจไปที่นี่ 3 ครั้ง พบการเปลี่ยนแปลงของที่นี่ไม่มากนัก แม้จะเว้นระยะห่างของช่วงเวลาเอาไว้บ้างพอสมควรก็ตามที ครั้งล่าสุดซึ่ห่างจากหนแรกเสียนานข้ามปี ใจพบเพียงความเปลี่ยนแปลงในแง่ของจำนวนคูหาอาคารพาณิชย์แบบมุงหลังคาชั้นเดียวเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

ขณะที่พ่อค้า แม่ค้าชาวจีน ยังวางสินค้าจีนคุณภาพที่ใจไม่เคยได้อะไรติดมือกลับมาสักชิ้น ทั้งของเล่นพลาสติกสีสันสดใส เสื้อผ้าที่มียี่ห้อจีนติดหรา โทรศัพท์มือถือเลียนแบบของจริง แต่ลูกเล่นพิสดารมากกว่าของแท้ราคาแพงแบบที่มีฝุ่นจับให้เห็นเด่นชัด ใจยังเห็นภาพของการผูกขาไก่เป็นๆ เอาไว้กับเสาโต๊ะเตี้ยๆ ขณะที่เดินผ่านอีกร้านหนึ่ง เราจะเห็นสาวจีนนั่งถอนขนไก่ไร้วิญญาณกันสดๆ ดังนั้นเมื่อกลับไปเยือนอีกครั้งก็พอนึกออกว่า เขามัดขาไก่ไว้กับขาโต๊ะทำไม นอกจากนี้ใจยังเห็นภาพของบรรดาหนุ่มใหญ่ชาวจีนนั่งล้อมวง ถือไพ่อยู่ในมือ ขาทุกคนยังอยู่ครบทุกครั้งที่ใจไปเยือน

ใจว่าตลาดจีนแห่งนี้จะได้ลูกค้าหน้าใหม่ที่กลับไปเยือนเขาอีกหนไม่มากนัก นักท่องเที่ยวแบบที่วนกลับไปเที่ยวอีกหนอย่างใจคงมีน้อย แบบที่คอยเอาใจคนอื่น พาเขาไปเยือนที่ๆ เดิมติดต่อกันตั้งหลายหนนั้น คงมีไม่มากนัก เพราะในความรู้สึกเมื่อพบปะกับตลาดจีนที่ฝั่งลาวครั้งแรก ก็อด
แปลกใจไม่ได้ว่า จะมีใครกลับมาที่นี่ด้วยความตั้งใจจริง จากเบื้องลึกของความรู้สึกจริงๆ เหมือนคนที่อยากจะมีสาวอยู่ข้างๆ รักจริงหวังแต่ง อยากเจอหน้ากันทุกวัน แบบนั้น จะมีไหม ดูเหมือนถนนเส้นใหม่ของลาวที่ขับต่อไปได้ถึงจีนจะไม่ได้ทำให้ตลาดจีนแห่งนี้เติบโตไปไม่ได้มากนัก พอๆ กับความรู้สึกของคนที่ได้ไปเยือนไม่ได้อิ่มเอมเติบโตไปด้วยเช่นกัน

นอกเหนือจากตลาดจีนแล้ว ทริปสั้นๆ แบบ 1 วันในห้วยทรายมักจะพ่วงด้วยการไปตลาดลาว ซึ่งแท้ที่จริงเป็นเพียงการไปเดินตลาดสดของคนที่นั่น เรามักจะเห็นผักและอาหารการกินที่ไม่แตกต่างกันกับฝั่งเชียงของ ของเชียงราย บ้านของใจ ใจเห็นแม้กระทั่งกระหรี่พั๊พ และกล้วยแขกที่นั่น เพียงแต่คิดราคาเป็นอัตรา “กีบ” เท่านั้นเอง

ปิดท้ายทริปด้วยการไปลานข้าวปุ้น หมู่บ้านที่มีร้านขายขนมจีนเส้นสด 4 ร้านติดๆ กัน แบบที่มีเพิงมุงหญ้าคาเป็นหลังๆ มีกระปุกผงชูรส เกลือ และน้ำตาล รวมถึงกระปุกน้ำพริกที่มีกลิ่นคล้ายคลึงกับผสมปลาร้าเอาไว้ข้างในวางอยู่บนโต๊ะ พนักงานของร้านจะยกขนมจีนที่เพิ่งบีบกันสดๆ ลงหม้อนำร้อนในปริมาณที่เราสั่งมาวาง สอนวิธีการกินให้เราสั้นๆ คือการเทน้ำร้อนใส่ในถ้วยสังกะสี เอาน้ำพริกลงไปคน ปรุงรสชาติแบบที่ต้องการ ก่อนเอาขนมจีนลงไปใส่ และกินกับผักลวกซึ่งเป็นเครื่องเคียงของทางร้าน ใครอยากกินปลาเผาพร้อมน้ำจิ้มหวานๆ เหมือนน้ำจิ้มไก่ก็ทำได้เช่นกัน

วันนี้การเดินทางไปลาวผ่านมาแล้ว 2 วัน รุ่นพี่ของใจคนหนึ่งที่เจอกันในวันนี้ถามใจว่า “ไปลาววันก่อนมีอะไรไหม” ก่อนปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะในแบบฉบับที่ใจเองก็เข้าใจได้ว่ากำลังล้อเลียนว่า “ใจไปที่นั่นทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าไม่มีอะไรให้ไปเลย” แต่แม้ถึงจะเป็นอย่างนั้น ใจเองก็อดคิดไม่ได้ว่า ก็เพราะว่าที่นั่นเป็นแบบที่เล่ามาทั้งวันกระมัง ใจถึงได้มีเรื่องเล่ามาเขียนในวันนี้…
ท่ามกลางความธรรมดาสามัญ ไร้ซึ่งสิ่งที่โดดเด่น สะดุดตา กลับเป็นความน่าสนใจที่มิอาจจะลืมเลือนมันไปจากความทรงจำได้เช่นกัน..มันคงจะเป็นแบบนั้นกระมัง
Random Posts
|
จะมีใครกลับมาที่นี่ด้วยความตั้งใจจริง จากเบื้องลึกของความรู้สึกจริงๆ เหมือนคนที่อยากจะมีสาวอยู่ข้างๆ รักจริงหวังแต่ง อยากเจอหน้ากันทุกวัน แบบนั้น จะมีไหม
ตอนแรกอ่านก็งงๆ.. แต่อ่านตอนท้ายก็เข้าใจ
ไปก็เพราะอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง แต่พอรู้แล้วถ้าไม่เจอความมี “เสน่ห์” แล้วละก็ จะไปอีกมั้ย
ก็ถ้าเจอสาวลาวน่ารักๆ ก็น่าคิดดู
บางทีความธรรมดาก็มีเสน่ห์นะ มันซ่อนอยู่เหมือนนิสัยดี ๆ ของคนหน้าตาบ้าน ๆ ที่ต้องศึกษานาน ๆ ถึงจะเข้าใจและรักเธอ
อย่างนี้เขาเรียกว่า ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา หรือว่า ธรรมดาเสียจนไม่มีอะไรเลย
ไม่นับนักลงทุนหรือคนที่มีกิจการอะไร…สำหรับคนเมือง..ก็คงเอาไว้สูดกลิ่นอายแบบเก่าๆเท่านั้นหละ..มั้ง