แสงทองแห่งปีที่ “ปางอุ๋ง”เช้าวันนั้น…..ฉันมองเห็นแสงแดดวิ่งผ่านม่านหมอกตกลงกระทบกับพื้นน้ำนิ่งไม่ไหวติง ส่วนผสมทั้งหมดก่อให้เกิดแสงสีทองเรืองรองอยู่เบื้องหน้า ภาพทั้งหมดทำให้ความทุกข์ทั้งหมดที่รวบรวมติดตัวมาด้วยจากกรุงเทพฯ หายจนปลิดทิ้ง อย่างน้อยก็ช่วงนาทีนั้น นาทีที่ได้เห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นสวยงามมากมายเพียงใด เขาว่ากันว่าในแต่ละปีของชีวิตคนเราสิ่งหนึ่งที่ควรจะทำอย่างน้อยก็หนึ่งครั้งในปีนั้นๆ ก็คือ “การมีโอกาสได้นั่งดูพระอาทิตย์ตก และพระอาทิตย์ขึ้น” ฉันว่ามันเหมือนเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งนักที่เราจะลงมือทำ แต่ก็ไม่เคยลงมือทำมันเลย ปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไปปีแล้วปีเล่า จนย่างเข้าวัยกลางคน คนอย่างฉันก็เพิ่งจะเห็นความสำคัญของการเดินทางไกลเพื่อมองหาที่นั่งชมตะวันลาลับขอบฟ้าและรอเวลาให้มันโผล่มาทักทายในเช้าวันรุ่งขึ้นแบบเต็มตาสักครั้ง
หนนี้ฉันเดินทางไกลไปถึงแม่ฮ่องสอน มีคนบอกว่าพระอาทิตย์ขึ้นที่ “ปางอุ๋ง” สวยยิ่งนัก….ฉันก็เพิ่งประจักษ์กับสายตาฉันก็หนนี้
ฉันเดินทางผ่านปาย อำเภอเล็กๆ ของแม่ฮ่องสอนที่กำลังกลายเป็นเมืองปลายทางที่ใครฝันอยากจะไป หลังจากนั้นมุ่งหน้าขับผ่านยอดเขาสูงไปยังแม่ฮ่องสอน ก่อนถึงตัวเมืองแค่ราว 8 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปยังที่ปางอุ๋ง ขึ้นเขาไปราว 30 กว่ากิโลเมตร ถนนลาดยางอย่างดีทำให้ไม่ต้องกังวลถึงความยากลำบากในการเดินทางไปถึงปางอุ๋ง
เขาว่า ถ้าเข้าป่าอย่าถามหาความสบายเหมือนในเมือง โดยเฉพาะไฟฟ้าและเครื่องทำน้ำอุ่น ฉันเห็นด้วยกับคำพูดนี้ ที่ปางอุ๋งเราเองก็ต้องพบกับเหตุการณ์แบบนี้ ฉันนอนที่เต้นท์ที่อดีตผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านรวมไทยเปิดให้บริการ ที่พักอยู่ข้างล่างอ่างเก็บน้ำ ฉันเลือกแบบนั้น เพื่อไม่ให้ร่างกายหนาวเหน็บเหมือนคนอื่นๆ ที่เลือกเช่าเต้นท์กางเหนืออ่างเก็บน้ำ เพื่อซึมซับบรรยากาศแลกกับความหนาวเหน็บเพราะนอนอยู่ข้างน้ำ… ที่พักของฉันไม่มีบริการฝักบัวและเครื่องทำน้ำอุ่น มีเพียงถังน้ำมันขนาดใหญ่ที่ตอนนี้กลายสภาพมาเป็นที่กักเก็บน้ำ สำหรับตักอาบไปเสียแล้ว เสียงไดนาโมดังลั่นไปทั่วบริเวณ ไฟฟ้าส่องสว่างจากแรงขับของไดนาโมนั้น ที่นั่นใมห้บริการไฟฟ้าถึงแค่ 4 ทุ่ม ก่อนจะดับมืดเห็นแค่แสงตะวันและแสงดาวส่องสว่างไปทั่วอาณาบริเวณ ที่ปางอุ๋งดาวสวยอย่างบรรยายไม่ถูก ฉันเคยเห็นดาวสวยแบบนี้มาหนึ่งหนเมื่อครั้งไปนอนที่ภูชี้ฟ้า เชียงราย ฉันว่าที่นั่นมันสูงทำให้สายตาของเราปะทะกับดาราบนฟ้าได้ใกล้ยิ่งขึ้น ฟ้าที่มืดสนิทในยามดึก ทำให้ดาวส่องแสงได้อย่างเต็มที่ ก่อนหัวค่ำ ฉันสังเกตเห็นว่าที่พักบนปางอุ๋งมีหลายรูปแบบ มีทั้งเกสต์เฮ้าส์เล็กๆ ของชาวบ้าน ที่เรียกมันว่าโฮมสเตย์ เปิดให้เช่าในราคาไม่กี่ร้อยบาท หรือพื้นที่กางเต้นท์ข้างบ้านของชาวบ้าน ก็มีให้เลือกใช้บริการเช่นกัน ค่ำนั้นที่ปางอุ๋งอากาศหนาวเหน็บเสียจนฉันไม่ได้ย่างกรายเข้าไปใกล้กับห้องอาบน้ำที่เขาจัดไว้ให้ เอาแต่นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม 4 ชั้นในเต้นท์ ก่อนลุกขึ้นมาเหน็บหนาวยิ่งกว่าในช่วงกลางคืนตอนตีห้า เพื่อมุ่งหน้าขับรถขึ้นไปบนอ่างเก็บน้ำที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน เพื่อรอคอยให้พระอาทิตย์ขึ้นในช่วงเช้า เช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ฉันเอาแต่ตั้งคำถามว่า “ทำไมต้องลำบากอะไรแบบนี้??” “ทำไมต้องยอมหนาว ยอมเหม็น และยอมนอนไม่สบายในเต้นท์” แต่ฉันได้รับรู้คำตอบในทันทีเมื่อแสงของพระอาทิตย์ลอดผ่านขอบฟ้าส่องกระทบกับพื้นน้ำเบื้องหน้า…. นี่ล่ะมั้งที่ต้องยอมทำอะไรแบบนี้… เมื่อแสงอาทิตย์ส่องสว่างในยามเช้า คำถามทั้งหมดก็หายไปในบัดดล…. ดูภาพทั้งหมดจากปางอุ๋งได้ที่ http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157611766724356/ Random PostsDiscussion4 comments for “แสงทองแห่งปีที่ “ปางอุ๋ง””Post a comment |
ถ้าไม่อยากซกมกที่ปางอุ๋ง ต้องแวะไปอาบน้ำแร่ร้อนที่ภูโคลนครับ
เอารูปปางอุ๋งมาอวดบ้าง
http://www.flickr.com/photos/macroart/sets/72157610964259762/
ของอย่างนี้ ไม่ไปไม่รู้ ไม่หนาวเอง ไม่หนุก ว่ามั้ย
เพิ่งไปมาค่ะ … บรรยากาศและธรรมชาติยามเช้า .. สวยมากค่ะ
ก่อนออกจากโพฯ เราไปมา..
ไปคนเดียว เหงามาก เอ้ย หนาวมาก
สุดท้ายกลับมา ลาออกจากโพฯ
เกี่ยวกันม๊ะ?