“ปาย” เปลี่ยน “คน” ก็เปลี่ยนจนป่านนี้แล้วคงไม่ต้องบอกหรือแนะนำอะไรให้มากมายว่า “ปาย” คืออะไร เพราะใครๆ เขาก็รู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วว่าปายเป็นเมืองเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางขุนเขาและเงาไม้ของแม่ฮ่องสอน ปายกลายเป็น destination หรือจุดหมายปลายทางของใครหลายคนในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ จนเริ่มมีคนกังวลกันแล้วว่า ปายจะกลายเป็น “ตรอกข้าวสาร” ที่ดันทะลึ่งไปอยู่ที่แม่ฮ่องสอนแล้วหรือไม่… ใจไม่เคยไปปายเลยแม้สักครั้งเดียว ชีวิตเคยย่างกรายไปขุนยวม แม่เสรียงและแม่ฮ่องสอนก็ตั้งนานนม จนแทบจะไม่หลงเหลือความทรงจำอะไรมากมายไปกว่า ฉากนั่งในห้องน้ำของตาแล้วเห็นตะกวดวิ่งผ่านบนหัวที่เป็นไม้ตารางเปิดโล่งให้เถาวัลย์พันไปมาเท่านั้นเอง ดังนั้นจึงบอกหรือเปรียบเทียบกับปายในช่วงก่อนหน้านี้ไม่ได้
ดังนั้นหากจะให้อรรถาธิบาย หรือพรรณาความรู้สึกของตัวเองเมื่อครั้งได้พบปะกับ “ปาย” ใจก็ว่า มันก็เป็นสถานที่ที่ต้องใช้ความพยายามสูงในการเดินทางดั้นด้นไปพบหน้า หากขับรถก็ต้องผ่านหลายจังหวัดนับพันกิโลเมตร ขึ้นเขาชัน ข้างทางมีแต่เครื่องหมายขึ้นเขา ลงเขา โค้งซ้าย โค้งขวา และห้ามแซง หรือจะนั่งเครื่องบินก็ต้องต่อเครื่องบินกันหลายต่อทีเดียว ปายยังเป็นที่เราจะเห็นคนต่างถิ่นมีจำนวนมากกว่าคนในท้องที่ มีร้านค้า ร้านอาหารน่ารัก มี prop ให้เลือกประกอบการถ่ายภาพมากมาย แล้วแต่จะสรรหาเลือกกันไป แต่ให้ทำใจว่า มุมนั้นอาจจะไปซ้ำกับใคร ยกเว้นหน้าหรือหัวของเราที่มีหนึ่งเดียวในโลกนี้ สถานที่ยอดฮิตที่คนต้องแวะก่อนเข้าถึงปายหรือเข้าสู่ตัวอำเภอปาย หากใช้เส้นทางที่มุ่งหน้าจากเชียงใหม่ผ่านทางแม่ริม ก็คือ ห้วยน้ำดัง อันดับต่อมาก็คือร้านกาแฟ coffee in love มีหลักกิโลเมตรใหญ่โต มีชื่อร้านใหญ่เป้งสีขาวแดงสดใส มีบ้านหลังสีเหลืองอร่ามไม่เคยเห็นที่ไหนในประเทศนี้ และมีดอกไม้สีสันสดใสตัดกับไม้สีขาวที่เขาเอามาทำเก้าอี้และโต๊ะนั่ง เลยมาอีกนิดก็เข้าปาย ที่นี่กลางวันร้อนตับแลบพอสมควร กลางคืนดันหนาวเหน็บ เขาปิดถนนให้คนมาเดินซื้อของ ต้องแวะร้านขายโปสการ์ดชื่อดังหลายร้าน จะถ่ายภาพร้านพวกนี้ต้องนึกมุมก่อนให้ดี ระวังจะซ้ำ…. ต้องไปหาสะพานไม้ไผ่เอาไว้ข้ามน้ำปาย ต้องหามาให้ได้ ไม่งั้นเหมือนไปไม่ถึง ต้องไปกินร้านอาหารตรงสี่แยกถนนคนเดิน หาง่ายมากมาย อยู่ในโลเคชั่นที่ไม่ต้องบอกก็จะเห็นและผ่าน นั่นคือร้านน้องเบียร์ ใครๆ ก็ว่าเป็นร้านอาหารที่อร่อย…ใจเลยสอยข้าวซอยไปสองมื้อ และอาหารอื่นๆ อีกมากมายในราคาพอรับได้ ไม่แพงแต่อร่อย…จริงๆ ไม่ก็หาซื้อเสื้อยืดปาย ของจริงมันก็คงต้องมาจากปาย หากใครซื้อมาฝาก ต่อให้ใส่ก็ไม่ได้รสชาติเหมือนไปซื้อมาจากปายด้วยตนเองกระมัง…ต้องไม่อาบน้ำ ของจริงของคนที่เคยไปที่แม่ฮ่องสอนก็คือต้องหนาวแล้วซกมกไม่อาบน้ำ ดองไว้จนกระทั่งมีเครื่องทำน้ำอุ่นที่ไหนสักที่ ช่วงที่ใจหนีไปปาย เป็นช่วงก่อนปีใหม่ ใจว่าจำนวนของผู้คนในอยู่ในระดับที่ใจรับได้ ไม่ถึงกับเดินบนถนนคนเดินยามค่ำคืนแล้วไม่มีที่จะให้เท้าทั้งสองข้างได้เหยียบพื้น น้ำในเซเว่นอีเลฟเว่นก็ยังมีขายเต็มตู้ไม่เหมือนที่คนอื่นเขาบ่นว่า ช่วงคนเยอะๆ น้ำในเซเว่นฯ ยังหมด (เห็นภาพไหม?) อากาศก็เป็นใจ หนาวเหน็บ หมอกหนาวได้ใจ เหมือนได้มาภาคเหนือจริงๆ เหมือนที่แม่เคยพูดขึ้นมาที่บ้านซึ่งหนาวเหน็บพอกันว่า “ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายใจดี เปิดแอร์ให้คนทั้งหวัดได้เย็นฉ่ำ” ใจก็ว่าที่ปายก็เหมือนกัน อากาศหนาวจับใจเหมือนแอร์ที่ผู้ว่าฯ เชียงรายเปิดไม่แพ้กัน…หนาวๆ แบบนี้อินเลิฟดี หากไม่สบายหัวใจ ก็จะเป็นไข้ใจ อกหักปวดตับกันไปตามระเบียบ ออกจากปายต้องไปแวะหมู่บ้านสันติชล หมู่บ้านของชาวจีนยูนาน เขาว่าให้ไปแวะกินขาหมู หมั่นโถจากจีนยูนาน อร่อยเหาะ เขาว่าแบบนั้น …ใจแนะนำให้ทำตัวให้หิวที่สุดในโลก กรุณาอย่าเอาอะไรใส่ประทังท้องก่อนไปถึงที่นั่น เพราะคุณจะเห็นขาหมูเป็นของสิ้นเปลืองเงินในกระเป๋าในทันที…แม้จะอร่อยแค่ไหน แต่หากว่าท้องเต็ม ขาหมูตรงหน้าก็ยัดลงไปไม่ได้แน่นอน แต่หากมาจากอีกเส้นทาง ก็มักจะต้องแวะออบหลวง แม่น้ำที่ผ่านโขดหินสูง ใจไปมาหลายหน ก็ยังเหมือนเดิมจนถึงทุกวันนี้ จากนั้นก็แวะสวนสน ทิวสนข้างทางที่ปลูกขึ้นสูงเสียดฟ้า เป็นระเบียบ ใครมีคู่รักก็มักจะพากันไปตั้งกล้องถ่ายรูปคู่กันที่นี่ ไม่มีคู่รักก็ขอให้ไหว้วานผู้คนแถวนั้น ช่วยถ่ายรูปหัวเดี่ยวๆ แทน เขาว่าปายไม่เหมือนเมื่อก่อน ใจก็ไม่ปฏิเสธเลยสักนิด เพราะคงจะน้อยนักที่บ้านเมืองจะไม่เปลี่ยน เมื่อเวลาเปลี่ยน ทุกๆ อย่างรอบข้างเราก็มักจะเปลี่ยนไปด้วยเสมอ เพียงแต่ว่าจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือไม่ดีเท่านั้นเอง หากเราไปพบเห็นเมืองที่เปลี่ยนแล้วเราประทับใจ ก็หาใช่ว่าจะไม่ดี แต่หากไม่ประทับใจเอาเสียเลย ให้ตายยังไงก็จะไม่อยากกลับไปอีก ปายยังไม่เปลี่ยนในสายตาของใจในเวลานี้ เพราะนี่คือการได้พบหน้ากันเป็นครั้งแรก ปายไม่เป็นเพียงเมืองที่หนาวเหน็บ ไกล และใครๆ ก็อ้วกกันกว่าจะไปถึง แต่ทุกวันๆ ใจก็ว่าปายจะเป็นเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เปลี่ยนไปแบบไหนนั้นใครจะรู้…..รู้แต่ว่าตอนนี้คนที่ไปมาแล้ว เปลี่ยนไปเมื่อได้พบปาย…. อย่างน้อยก็ใจคนนึง…. ดูภาพคอเลคชั่น “ปาย” ทั้งหมดจากใจที่ http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157611699196083/ ปล. เขาว่า ไปที่ไหนไม่ถึงที่นั่นหากว่าไม่ได้ถ่ายรูปกระโดด?? จริงไหม?? Random PostsDiscussion4 comments for ““ปาย” เปลี่ยน “คน” ก็เปลี่ยน”Post a comment |
ส่วนถ้าไม่อยากซกมกที่ปาย ต้องไปอาบน้ำแร่แช่ออนเซนที่โป่งเดือดป่าแป๋ครับ
ถ้าเป็นอย่างที่ว่า ไปที่ไหนแล้วไม่กระโดด แสดงว่าไปไม่ถึง เห็นท่าจะไปไม่ถึงหลายที่แล้วซิเรา
ปีนี้เที่ยวปายคงสนุกกันใหญ่ ไม่สนุกได้ไง ได้ข่าวว่า
อาหารอร่อยมากๆเลย ไม่อร่อยได้ไง
ส้มตำจานละตั้ง 80 บาท แซบหลายน้อ
ก๋วยเตี๋ยวถัวยละ เพียง 50 บาท เท่านั้น ได้ลูกชิ้นตั้ง 2 ลูกแนะ
คุณใจ เขียนเรื่อง "ปาย" ได้น่ารักดีครับ
ผมคนปายโดยกำเนิด แต่มาเรียนที่ กทม.