MTR ฮ่องกงบทสนทนาในวงข้าวเมื่อวันก่อน ใจกับ blogger อีกหลายคนจากมาเลเซีย และฟิลิปปินส์ นั่งคุยกันว่าเราชอบอะไรมากที่สุดในสิงคโปร์และฮ่องกง ระหว่างที่เราเดินทางไปพบปะกันที่สิงคโปร์เป็นเวลาสองวัน คำตอบของใครคนหนึ่งในวงข้าวบอกกับพวกเราว่า เขารู้สึกเหมือนราวกับว่า “ยืนอยู่ในโรงพยาบาล” แทบทุกครั้งที่มาสิงคโปร์ ทุกอย่างไม่เพียงแต่สะอาด แต่ยังรู้สึกว่าไม่มีเชื้อโรคทุกหนแห่ง เหมือนกับว่าไปโรงพยาบาลยังไงยังงั้น ใจเองก็ไม่ปฏิเสธเลยว่าที่สิงคโปร์สะอาดเสียจนแอบอิจฉาอยากให้บ้านเราเป็นแบบนั้นบ้าง อย่าได้เถียงเลยว่า ประเทศเขาเล็กกว่ากรุงเทพฯ ของเราด้วยซ้ำ เพราะใจว่านั่นไม่ใช่ข้อพิสูจน์หรือเป็นข้ออ้างที่จะทำให้กรุงเทพฯ ของเราไม่สะอาดอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อเราตอบคำถามวนกันไปเรื่อย มาถึงตาใจ ใจก็บอกกับทุกคนว่า “บ้านฉันไม่มีระบบขนส่งแบบนี้ ถ้าได้สักครึ่งหนึ่งของที่นี่ และที่ฮ่องกงก็คงจะดีไม่น้อย” ดูเหมือนว่าทุกคนจะเห็นด้วยไปในทางเดียวกันเหมือนกับคำตอบอื่นๆ เพราะไม่ว่าใครที่เดินทางไปสิงคโปร์และฮ่องกงมักจะไม่กังวลว่าจะออกจากสนามบินไปที่พักอย่างไรด้วยวิธีไหน ไม่กังวลว่าจะไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ยังไงบ้าง เพราะเรารู้ว่าระบบขนส่งของที่นั่นดีอย่างไร เรามักจะกังวลเรื่องว่า…จ่ายแบบไหนแพงกว่ากัน…มากกว่าจะกังวลว่าจะไปไหนยังไง ใจไปสิงคโปร์มา 10 หนแล้ว มีครั้งล่าสุดเมื่อไม่กี่วันก่อนที่ไม่ได้เหยียบลงไปใต้ดินเลย ออกจากสนามบินก็มีลีมูซีนมารับไปถึงโรงแรม เวลาที่มีอยู่ก็ไม่มากพอที่จะออกไปเดินเตร็ดเตร่ที่ไหน แถมยังแบกงานเอาไปทำที่นั่นด้วยอีกต่างหาก แต่ทุกครั้งก่อนหน้า ใจมักจะใช้รถไฟฟ้าใต้ดินเดินทางไปไหนมาไหนตลอดเวลา ได้มีโอกาสใช้บริการรถตู้ หรือแม้กระทั่งแท็กซี่ออกจากมาจากสนามบินเอง หากต้องไปเพียงลำพัง หนไหนเหนื่อยจัดก็เดินทางด้วยแท็กซี่ มีเบนซ์ E -Class สีขาวด้วยอีกต่างหาก เช่นเดียวกัน การเดินทางไปฮ่องกงหนล่าสุดนี้ เมื่อไปถึงที่นั่นวันแรก ใจเลือกออกจากสนามบินด้วยรถบัสสองชั้น ราคา 40 เหรียญ (อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญฮ่องกงเท่ากับ 4.52 บาท ณ ตอนนั้น) นั่งมาจนสุดสาย ทะลึ่งลงผิดทาง ต้องลากกระเป๋ากลับมาที่พักเกือบ 3 ป้ายรถเมล์ ขากลับเลยตัดสินใจนั่ง airport express ซึ่งอยู่ตรงสถานี Central ของรถไฟฟ้าใต้ดิน MTR ราคา 100 เหรียญสำหรับเดินทางเที่ยวเดียว ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีก็มาถึงที่สนามบิน ระหว่างการเดินทางในฮ่องกงและเกาะเกาลูน ใจก็ใช้ MTR บ้าง รถบัสสองชั้นและ tram รถไฟรางบ้าง ระบบขนส่งที่นี่ไม่มีทำให้หลง ยกเว้นจะดูแผนที่และดูเส้นทางผิดเท่านั้นเอง ทุกๆ MTR แทบจะครอบคลุมสถานที่สำคัญๆ เอาไว้ทั้งหมด จอดก็ถี่ ราคาก็ไม่ได้แพงหูฉี่จนเกินไป โดยมากคนที่เดินทางไปฮ่องกงมักจะหาซื้อบัตรที่เรียกว่า “Octopus” บัตรปลาหมึกเป็นเหมือนกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หาซื้อบัตรได้ที่เคาน์เตอร์ของ MTR ทุกสถานี ซื้อบัตร100 เหรียญ เป็นค่ามัดจำเสียครึ่ง ที่เหลือเป็นมูลค่าเงินที่เหลือ อาศัยเติมเงินจากตู้เติมเงินในสถานี MTR เพิ่มเข้าไป เติมเท่าไรเงินก็ไปอยู่ในบัตรเท่านั้น บัตรเดียวสามารถใช้เดินทางได้ทุกอย่าง ทั้ง tram MTR รถบัส และจ่ายเงินค่าของในเซเว่น อีเลฟเว่นได้ทุกอย่าง ขาเข้า MTR ก็แตะเข้า แตะออก ที่จอเล็กๆ ตรงทางออกจะบอกว่าเหลือเงินในบัตรเท่าไร ขาขึ้นรถไฟ tram ยังไม่ต้องแตะอะไร ทางขึ้นอยู่ด้านหลัง ทางลงอยู่ด้านหน้าเราค่อยแตะบัตรกับตู้เล็กๆ ข้างคนขับ ขณะที่รถบัสหรือรถเมล์เราขึ้นทางด้านหน้า แตะบัตรก่อนเลย…เอาสิ งงไหมละ ก่อนใจจะไปก็งงเอาเรื่องเหมือนกัน นั่งจำไปก็ไม่มีประโยชน์ เลยไปแอบดูคนอื่นเขาใช้ที่นั่นกันเลย 555 MTR ที่ฮ่องกง แต่ละสถานีสีไม่เหมือนกัน เขาใช้กระเบื้องปูตรงผนังทางเดิน ชานชาลา และบนสถานีแตกต่างกันออกไป รถไฟฟ้าก็มาถี่ เวลารอกี่นาทีก็มีป้ายอิเล็กทรอนิกส์บอกเอาไว้ ในสถานีมีตัววิ่งบอกว่าถึงสถานีไหน คั่นด้วยโฆษณาที่แม้จะเป็นตัวหนังสือแต่ก็บวกเทคนิคทำตัวหนังสือกระโดดเด้ง ประกอบการ์ตูนน่ารัก นอกเหนือจากตัวกลมๆ ไล่งับตัวหนังสือเหมือนบ้านเรา ทำให้เราสามารถยืนอ่านได้อย่างเพลิดเพลิน แต่ละขบวนก็ยาวไม่ต้องกลัวว่าจะแน่นจนไม่มีที่ยืน ต้องรอขบวนถัดไปเหมือนบ้านเรา และก็มีประกาศทุกครั้งเหมือนบ้านเราว่าถึงสถานีไหนแล้ว ใจได้ข่าวว่า MTR ที่นี่วิ่งลอดอุโมงค์ผ่านทะเลไปยังเกาะเกาลูนด้วย แต่ไม่รู้สึกว่าตรงสถานีไหนที่ตัวเองกำลังลอดอุโมงค์ทะเลอยู่ …. มาถึงตรงนี้ หากจำประโยคขึ้นต้นที่ใจบอกทุกคนในวงข้าวเมื่อวันก่อนได้ว่า “บ้านฉันไม่มีระบบขนส่งแบบนี้ ถ้าได้สักครึ่งหนึ่งของที่นี่ และที่ฮ่องกงก็คงจะดีไม่น้อย” ก็คงจะเริ่มเห็นด้วยกับใจแล้วล่ะเนอะ
Random Posts |
Discussion
No comments for “MTR ฮ่องกง”
This website uses IntenseDebate comments, but they are not currently loaded because either your browser doesn't support JavaScript, or they didn't load fast enough.
Post a comment