วันก่อนพูดถึงเรื่องที่ว่า มักจะเจอพระในรถแท็กซี่บ่อยๆ ก็อดคิดถึงเรื่องเจอเจ้าแม่กวนอิมขนาดจิ๋วในรถแท็กซี่ที่สิงคโปร์เสียไม่ได้ ใจไปทีไร เป็นอันต้องเจอเจ้าแม่กวนอิมในรถที่นั่นทุกที ไม่อยากจะบอกเลยว่า ขนาด E-Class ที่มารับก็ยังไม่พลาดที่จะมีเจ้าแม่กวนอิม นอกจากนี้ หากใครไปที่นั่นบ่อยๆ จะรู้เลยว่า คนขับแท็กซี่ที่นั่น พูดภาษาไทยได้ไม่ใช่น้อย ทั้งนับ 1 2 3 4 ไปจนถึง 10 บางคนพูดว่า ผัดผักบุ้ง บางคนก็บอกว่า อร่อย ลดหน่อยได้ไหม บ้างก็เคยมาพักร้อนที่นี่ บางทีก็เล่นถามกันเอาดื้อๆ เลยว่า “จะไปไหน??” เจ๋งไหมละ…
เมื่อวันก่อนใจนั่งแท็กซี่จากบ้านมุ่งหน้าไปแถวๆ เอสพละนาด รัชดาภิเษก ใจพบว่าแท็กซี่เขียวเหลืองคันที่ตัวเองนั่ง แม้จะเป็นรุ่นเก่า ไม่สวยงามเหมือนใคร แต่กลับสะอาดได้ใจ ลุงคนขับก็ดูสุภาพดี ออกแนวแท็กซี่ฮ่องกง และญี่ปุ่น โบราณได้ใจ แต่สะอาดเป็นอย่างยิ่ง
แต่เราต้องยอมรับกันอย่างหนึ่งด้วยว่า แม้จะให้สะอาดอย่างไร แท็กซี่ไทยก็ยังคงเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครเขาในโลกนี้ ใจว่าอย่างน้อยก็คือ ของประดับตกแต่งในรถ ที่มักจะเป็นพวงมาลัยสดคล้องอยู่ที่กระจกมองหลัง ไม่ก็พระ… อย่างหลังนี่เจอมากกว่าใคร
ใจเก็บภาพมาฝากด้วย ลองไปชม…
หนนี้เขายกเป็นโต๊ะหมู่บูชามากันเลยทีเดียวล่ะ
แต่…ข้างๆ นี่เป็นทีวี ดูไม่ค่อยจะเข้ากันสักเท่าไรเลย
เป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ที่ใจแวะเวียนไปกินอาหารเหนือที่ร้านม่านเมืองอยู่เสมอ แต่พักหลังมานี้ไม่ได้ไปที่ร้านเสียนาน จนเพิ่งมาทราบข่าวทีหลังว่าเขาย้ายที่ตั้งของร้านห่างจากเดิมไปไกลอีก 10 ซอยเลยทีเดียว
“ม่านเมือง” เป็นร้านอาหารเหนือ ที่เคยได้ยินมาว่า มีต้นตำรับมาจากฟ้าฮ่าม แต่เจ้าของมาจากลำพูน ก่อนย้ายมากรุงเทพฯ ทางร้านเริ่มธุรกิจจากการขายผ้าทอและสินค้าจำพวกงานผ้า ก่อนเปลี่ยนมาเป็นร้านอาหารเหนือในเวลาต่อมา จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ ม่านเมืองเคยตั้งอยู่ปากระหว่างปากซอยรามคำแหง 152-154 คนไม่รู้จักอาจจะหลงนึกว่าเป็นเพิงขายของข้างทางได้ และในช่วงเวลาเดียวกัน ก็มีร้านที่ชื่อ “หญ้าแมงไวน์” รองรับผู้คนในยามค่ำคืนซึ่งต้องการทานอาหารเหนือ แต่ไม่มีเวลาในช่วงกลางวันที่จะเดินทางมาไกลถึงรามคำแหง 152
เมื่อสองปีที่แล้ว ใจเดินทางไปสัมภาษณ์ผู้บริหารของ Red Hat ถึงสำนักงานประจำเอเชียในสิงคโปร์ พร้อมกับเพื่อนนักข่าวอีกหนึ่งคน การเดินทางไปสิงคโปร์โดยไม่มีทีมของบริษัทนั้นพาไปถึงที่หมายเป็นเรื่องไม่ยากเย็น เหมือนเป็นความเคยชิน ไม่ต่างอะไรกับการไปเชียงใหม่คนเดียวอะไรเทือกนั้น
ใจจำได้ว่า หนนั้นได้ไปพักที่โรงแรมที่เขาเรียกกันว่า “บูติกโฮเต็ล” สีแดงแรงฤทธิ์ ชนิดที่ใจเห็นครั้งแรกก็แปลกใจว่า ทำไมช่างแดงอะไรได้ขนาดนี้ แต่ในเวลาต่อมา ถึงได้รู้ว่าที่พักแห่งนี้ไม่เพียงแต่แพง แต่ยังติดอันดับการเป็นโรงแรมที่ขึ้นชื่อเรื่องการตกแต่ง ออกแบบและการบริการของสิงคโปร์รวมถึงเอเชียด้วย
Recent Comments