ใจไม่ชอบกินผลิตภัณฑ์สตอบอรี่แปรรูป ทั้งนมรสสตอบอรี่ ป้อกกี้สตอบอรี่ โยเกิร์ตสตอบอรี่…..แต่ใจชอบสตอบอรี่สดๆ และไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อได้ไร่สตอบอรี่ อารมณ์จะเป็นยังไงในวันนั้น
เมื่อตอนเด็กๆ ความทรงจำอันมีค่าของใจกับพ่อแม่ที่มีร่วมกันก็คือเรื่องของ “สตอบอรี่”
แม่กับพ่อมักจะพูดถึงเรื่องเก่าๆ ที่ว่า เคยพาใจไปเที่ยวแม่สาย แหล่งของการปลูกสตอบอรี่ในเชียงราย บังเอิญว่าใจอยากจะได้สตอบอรี่ในถาดที่คนขายวางเรียงสตอบอรี่พูนตะกร้า
มีปลายยอดแหลมของกองพูดนั้น เห็นแล้วน่ารับประทานอย่างยิ่ง
“โลกกว้างอยู่ข้างหน้า แต่หากไม่เดินทาง เราก็มิอาจได้พบเจอ”
เคยได้อ่านเจอคำพูดนี้บ่อยๆ และดูเหมือนจะใจจะไม่ปฏิเสธว่าเห็นด้วยกับคำพูดนี้ เราจะไม่เพียงแต่พบคนแปลกหน้า สถานที่แปลกใหม่ แต่เราจะได้พบเห็นโลกอีกรูปแบบหนึ่งที่เกิดลืมตามาตั้งหลายปี ไม่เคยมีในบ้าน หรือในรั้วโรงเรียน
ใจยังเชื่ออีกว่า การออกนอกแผนการเดินทางเสียบ้าง จะเติมสีสันและรสชาติในการเดินทางนั้นได้ดีไม่น้อย หลายต่อหลายครั้ง การแวะออกนอกเส้นทางระหว่างการเดินทาง ได้ทำให้เราได้เห็นอะไรใหม่ๆ มากกว่าตารางการท่องเที่ยวที่อยู่ในแผ่นกระดาษ
ข้องใจกับป้ายโฆษณา “ปลวก” ตัวโตๆ
แล้วตามมาด้วยเบอร์โทรเลขสวยมานานหลายปี
แม้จะถ่ายรูปเก็บไว้ก็นานนม
แต่ไม่เคยคิดค้นหาคำตอบว่า…”ปลวก” ที่ว่านั้น เป็นอย่างไร
วันนี้ใจถ่ายรูปเก็บไว้อีกครั้ง
และก็นำมันมาใส่ใน google.com
“ปลวก+02 888 4888″
(เทคนิคการค้นหาที่ยอดเยี่ยมใน google ใส่ข้อความตามด้วยบวกข้อความแวดล้อมแล้ว enter)
ได้ผลทันตาเห็น
พระเจ้าช่วย….google หาทุกอย่างในโลกให้ใจได้
ยกเว้น “หล่อรวย หน้าตาดี ยังไม่มีแฟน และไม่เป็นเกย์”
เพราะใจพบว่ามีเว็บไซต์ http://www.028884888.com/ โผล่ออกมา….
ใครจะเชื่อป้ายโฆษณา “ปลวก” ตัวโตๆ บนพื้นสีเหลืองแสบตา
ตามด้วยเบอร์โทรศัพท์ และข้อความอธิบายสรรพคุณ
รับกำจัดปลวกด้วยสมุนไพร
ซึ่งมักเห็นได้ว่า แปะตามผนังอาคาร รั้ว พื้นที่มากมายในกรุงเทพฯ
จะมีเว็บไซต์ธุรกิจนี้เป็นของตัวเอง
ไม่ธรรมดาเสียแล้ว ไม่ธรรมดาจริงๆ นะนี่
นอกจากจะสมควรได้รับรางวัลป้ายโฆษณาดีเด่นระดับประเทศ
เตะตา ข้อความกินใจ ได้ผล เห็นชัดเจน
ตรงกลุ่มเป้าหมายแล้ว…ใจว่ามันเห็นทุกที่
ยกนิ้วให้ว่าขยันแปะกันเต็มที่อย่างเห็นได้ชัด…ทำงานหนักกันจริงๆ
ใจคลิกเว็บไซต์ขึ้นมาแล้วในตอนนี้
ตามไปอ่านธุรกิจกำจัดปลวก…
และได้พบว่าบริษัทที่ทำธุรกิจกำจัดปลวกนี้
ยังมีบริษัทในเครืออีกหลายประเภท
เป็นต้นว่า จัดจำหน่าย สมุนไพรนาโนไวท์
กำจัดปลวก มด แมงสาบ เห็บ ฯลฯ
บริการเคลือบ กันซึม ดาดฟ้า, ห้องน้ำ, ผนังอาคาร
ขายถ่านอัดแท่งนาโนไวท์ไร้ควัน ไร้กลิ่น ไฟแรง ทนทาน
ขายชปูนซีเมนต์ชนิดพิเศษที่ปูนซีเมนต์ทั่วไปทำไม่ได้
ขายกาวและเคมี อุตสาหกรรม
ขายส่งประกันทุกชนิด
ผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกครบวงจร
ผลิตฉนวนกันความร้อนทุกชนิด
จนถึงขายกระจกสีสเตนกลาส แกะสลักกระจก
พูดมากไม่ได้….ด้วยจรรยาบรรณสื่อ …
เดี๋ยวจะกลายเป็นการโฆษณาไปซะ
อย่างไรเสีย ลองแวบไปดูเว็บไซต์ก่อนก็ได้นะ
ลองไปแวบๆ อ่านดู…แล้วจะรู้จัก “ปลวก” มากขึ้น ….
อ้อ… ใครเคยเห็น ยกมือด้วย… [...]
ตั้งแต่มาทำงานอยู่ในย่านถนนพระอาทิตย์
ชีวิตของใจก็มีโอกาสได้รู้จักกับ “พิซซ่าเกาะลันตา”
ใจและเพื่อนร่วมงานใช้พิซซ่ายี่ห้อนี้ในการแก้เบื่ออาหารไทย อาหารญี่ปุ่น และอาหารเวียดนามอยู่บ่อยครั้ง
(แต่เอาเข้าจริงๆ เราก็คงจะทานพิซซ่าทุกวันไม่ได้เป็นแน่ …เพราะมันเลี่ยน)
เจย์ส่งนี้มาให้เล่นตอนตีหนึ่ง
http://www.yearbookyourself.com/
ถามเจย์ว่าลองเล่นบ้างหรือยัง
ก็ได้คำตอบกลับมาว่าลองแล้ว
และก็มาพร้อมกับรูปนี้
ไม่ได้อยากทำให้ภาษาไทยวิบัติแต่อย่างใด
แต่เป็นเพราะว่าคนใช้คอมพิวเตอร์มักจะเรียก
แป้นเปลี่ยนภาษา “~” ซึ่งจริงๆ แล้วมีชื่อเรียกกันทางการว่า “Grave Accent” ว่า “ยึกยือ”
และดูเหมือนจะเรียกหนักข้อเข้า ไม่ค่อยมีใครใช้ Grave Accent สักเท่าไร
ได้ยินแต่ “ยึกยือ” อยู่ตลอด
นอกจากนี้…ใจก็ไม่ได้อยากจะเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนด้วย
เพียงแต่เชื่อว่า ยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่า
เวลากดเจ้ายึกยือแล้ว ทำไมแป้นคีย์บอร์ดยังเปลี่ยนมาใช้ภาษาไทยไม่ได้อีก
และก็ไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี..ชีวิตนี้เลยเศร้า ภาษาอังกฤษก็ไม่เก่ง งูๆ ปลาๆ กันไป
นั่งเปิดดูรูปใน external hardisk ของตัวเอง
หวังว่าจะลบรูปเก่าๆ ที่ถ่ายเอาไว้แล้วไม่ได้ใช้งานออกไปบ้าง
เพราะเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีแถบสีแดงเตือนว่าพื้นที่ฮาร์ดดิสก์เต็มเสียแล้ว
ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ back up เข้าไปอยู่ในแผ่นดีวีดีบ้าง ลบบ้างบางรูปที่ไม่จำเป็น
คลิกไปคลิกมาก็ได้เห็นรูปเก่าๆ ที่ไม่ได้เปิดดูเสียนาน
โดยเฉพาะรูปที่ถ่ายจากกล้องดิจิตอลตัวแรกๆ ที่มีโอกาสได้ใช้
หนึ่งในนั้นเป็นรูปที่ไปเที่ยวฉะเชิงเทรา
ถ่ายด้วยกล้องคาสิโอ ขนาด 2 ล้านพิกเซล ราคาเหยียบ 3 หมื่นบาท
เวลานั้นไฮโซมาก…แต่ตอนนี้ ในมือถือยังมีกล้อง 5 ล้านพิกเซลเข้าไปแล้วล่ะน้อออ
เรื่องต่อเนื่องจากเมื่อวันก่อน
เมื่อครั้งที่ใจแวะไปเดินถนนข้าวสาร เพื่อมองหา Airport Bus เดินทางไปยังสุวรรณภูมิ
ระหว่างรอการเดินทางอยู่นั้น
นอกเหนือจากใจจะแวะไปนั่งสตาร์บัคส์แล้ว
ยังใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงนั้น มองหารองท้องก่อนด้วย
เดินอยู่ตั้งนาน ใจก็มาสะดุดตากับอาหารตะวันออกกลาง
ที่เขาเรียกกันว่า “Falafel”
จะว่าเป็นการฆ่าเวลาก็ไม่ผิดไปจากนี้สักเท่าไรนัก
เพราะใจเดินเรื่อยเปื่อยมาตั้งแต่ต้นถนนข้าวสารฝั่ง สน. ชนะสงคราม
จนมาถึงซอยซันเซท เดินทะลุเข้าไปจนสุดซอย
ก็เจอกับ “สตาร์บัคส์” สาขาที่ 44 ในประเทศไทย
วันนี้ใจไม่ค่อยสบาย แต่ก็ยังต้องไปส่งพี่สาวที่สนามบิน
ร่างกายรู้สึกว่าเรียกร้องของอุ่นๆ อย่างช็อกโกแลต ซิกเนเจอร์ ร้อนมากกว่ามอคค่าอย่างที่เคย
หลายวันก่อนหน้านี้ ใจเพิ่งนัดเจอเจย์
มนุษย์ต่างดาวชาวอีสานที่ร่วมทริปเดียวกันกับใจในออสเตรเลียถึง 15 วันเต็ม
หลังจากที่พบปะหน้าตากันและนั่งโซ้ยส้มตำกันไป 5 จานทั้งๆ นั่งกัน 3 คน
(ไม่รวมคอหมูย่าง ไก่ครึ่งตัว และต้มโคล้งปลากรอบ)
ใจกลับมาถึงบ้าน ก็นั่งเปิดดูภาพเก่าๆ ที่ไปเที่ยวออสเตรเลียมา
Recent Comments