โรงภาษีร้อยชักสาม
วันนี้ใจไปที่ “โรงภาษีร้อยชักสาม” มาหลังจากที่นั่งเรือผ่านไปทำงานที่นั่นยาวนานติดต่อกันหลายปี
แต่ก็ไม่มีโอกาสแวะเวียนเข้าไปดูของจริงถึงที่กันสักครั้ง…
โรงภาษีร้อยชักสาม หรือ โรงภาษีเก่า (custom house) หรือ อาคารศุลกสถาน ตั้งอยู่ที่ ถนนเจริญกรุง 36 เขตบางรัก
ที่ดินแปลงนี้เป็นเขตราชพัสดุซึ่งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เดิมในสมัยรัชกาลที่ 5 ตึกนี้ทรงคุณค่าในฐานะของการเป็นโรงเก็บภาษี
ซึ่งรัชกาลที่ 5 ได้ทรงให้ย้ายโรงภาษีเก่าจากปากคลองผดุงกรุงเกษมให้มาอยู่ที่ตึกทรงคลาสสิกนี้

สถาปนิกชาวอิตาเลียนชื่อ โยคิม กราซี (Joachim Crassi) เป็นผู้ออกแบบตึกเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว
เมื่อครั้งเขาเข้ามารับราชการในราชสำนักสยาม รัชสมัยของรัชกาลที่ 5
โดยในเวลาต่อมา เจ้าพระยาภาสกรวงศ์(พร บุนนาค) ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากรคนแรกของไทย จะได้บัญญัติคำว่า “ศุลกากร” ขึ้นมาใช้และให้ชื่ออาคารเหล่านี้เสียใหม่ว่า “ศุลกากรสถาน” แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะยังติดปากเรียกอาคารสถานที่แห่งนี้ว่า
“โรงภาษี” 

แม้กระทั่งกรมศุลกากรจะเกิดขึ้นและมีที่ทำการใหม่ในบริเวณท่าเรือแล้วก็ตาม บอกตรงๆ เมื่อไปยืนมองภาพของอาคารทั้งหมด
ในพื้นที่เดียวกันใจยังมองไม่เห็นภาพของความอลังการว่าตึกทั้งหมดเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างไร
จนกระทั่งได้กลับมาอ่านข้อมูลอีกครั้งก็พบว่า อาคารที่ทำการของโรงภาษีเก่านี้มี 3 อาคาร
ทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันตึกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาหลังคาทรงปั้นหยา มุงด้วยกระเบื้องจีนทรงกระบอกแบบไม้ไผ่ผ่าซีกและกระเบื้องกาบกล้วยทุกตึกเชื่อมเข้าด้วยกันด้วยทางเดินไม้

ตึกกลาง ซึ่งมีจำนวนชั้นมากกว่าใครเพื่อนคือสามชั้น ขณะที่ตึกซ้ายขวามีสองชั้นมีโถงใหญ่ด้านล่าง
ตรงกลางของโถงคือบันไดหลักของตัวอาคาร มองลอดขึ้นไปจะเห็นและนับจำนวนชั้นของอาคารได้ชัดเจน

ที่ตรงนี้ปัจจุบันยังเป็นอาคารที่พักของเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจดับเพลิงบางรัก
จานรับสัญญาณดาวเทียมสีสันสดใส ซึ่งติดอยู่กับตัวอาคารเก่า แม้จะดูขัดตาผู้มาเยือน แต่นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า
ตึกเก่ายังคงมีผู้อาศัยอยู่ ว่ากันว่าที่ตรงนี้เคยมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายอย่าง โดยเฉพาะงานสมโภชครั้งรัชกาลที่ 5
เสด็จนิวัติพระนครจากการประพาสยุโรปครั้งแรก
ระหว่างที่เดินวนไปรอบๆ บริเวณเพื่อถ่ายภาพนั้น ใจสังเกตเห็นคนงานชายหลายคน กำลังออกแรงแบกของไปมาใต้อาคารหลังกลาง
ในวินาทีแรก ใจนึกถึงการเข้ามาปรับปรุงสถานที่ เพราะเคยอ่านข่าวและรับทราบมาว่าที่นี่ทรุดโทรม เพราะขาดการดูแลมานานและน้ำก็ท่วมฐานรากของอาคารผิวนอกของตัวตึกหลุดลอกออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ใจเดินเข้าไปถามชายผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้ๆเขาบอกว่าคนงานเหล่านั้นเข้ามาเตรียมอุปกรณ์ประกอบฉากสำหรับถ่ายทำโฆษณายาสระผมยี่ห้อหนึ่งซึ่งจะเกิดขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้า แต่สำหรับการย้ายออกจากที่นี่ของข้าราชการทั้งหมดแล้วเขาบอกแต่เพียงว่า
“ก็ยังไม่เห็นว่าอะไรนะ ยังอยู่กันดี…เห็นว่ายังเป็นคดีความกันอยู่”

ใจกลับไปอ่านบทความของรุ่นพี่นักข่าวที่เคยทำงานร่วมกันก่อนหน้านั้นเขาเคยเขียนถึงอาคารหลังนี้ว่า
กำลังจะถูกปรับปรุงเป็น “โครงการโรงแรม อามันรีสอร์ท กรุงเทพ “ซึ่งเป็นความร่วมมือของกิจการร่วมค้าบริษัทเนเชอรัลพาร์คจำกัด(มหาชน)รวมถึงบริษัทอามันรีสอร์ท เชอร์วิสเซต ลิมิเต็ด และบริษัทซิลเวอร์ลิ้งค์โฮลดิ้งลิมิเต็ด ซึ่งได้รับเลือกและชนะประมูลจากกรมธนารักษ์ เข้ามาพัฒนาโครงการปรับปรุงพื้นที่อันทรงคุณค่า ซึ่งใจก็เห็นว่าป้ายขึ้นแล้วที่ด้านหน้าของทางเข้าอาคารหลังทั้งหมดแต่ป้ายก็ดูเก่าเสียจนมองไม่เห็นว่าอาคารเหล่านี้จะถูกปรับปรุงและทำให้ใหม่ขึ้นเมื่อใด

ใจยังหาข้อความหรือบทความอ่านไม่ได้ว่าสรุปแล้วคดีความที่ว่าหมายถึงอะไรและสุดท้ายแล้วโรงภาษีเก่านี้จะถูกปรับปรุงหรือไม่
คนที่นี่จะต้องย้ายออกไหม… ไม่เป็นไร เอาไว้ไปหาคำตอบต่อวันนี้อ่านไปแค่นี้ก่อนคำถามมักมีคำตอบเสมอ
ช้าหรือเร็ว….ก็มีคำตอบ….
Random Posts
|
คงอีกนานนนน กว่าจะได้ทำครับ น่าเสียดาย
รัฐบาลเอง ก็คงไม่มีงบมาปรับปรุง
ถ้าบูรณะให้กลับมาสวยงามแข็งแรงเหมือนเดิม คงราว 200ล้านได้…