ศึกชิงรักหักสวาทระหว่างลิงยักษ์กับคนนิวยอร์ก

นาฬิกาข้างฝามันเสีย ทำเอาตารีตาเหลือกตื่นแต่เช้า ก็เพราะเข็มมันดันข้างที่เที่ยงกว่าๆ อาบน้ำ แปรงฟัน สระผมเสร็จเรียบร้อย มาดูนาฬิกาดีๆ ก็เพิ่งเห็นว่าเข็มวินาทีมันติ๊กๆๆๆ กลับไปกลับมาตรงที่เดิม หันไปดูนาฬิกาข้อมือบนโต๊ะเครื่องแป้ง โอว้..พระเจ้าจอร์จ นี่เพิ่งจะเก้าโมงเช้า วันเสาร์ซะด้วย มิน่ายังง่วงๆ พิกล
แต่จะกลับไปนอนก็ใช่ที่ ก็นี่มันแบบว่าเตรียมพร้อมจะออกไปข้างนอกแล้วนี่นา ทำไงได้ ….
ว่าแล้วก็แต่งตัวและคว้ากระเป๋าออกไปดูหนังที่เซ็นทรัลลาดพร้าว หนังเรื่องที่ดูดเงินในกระเป๋าของใจได้วันนี้ก็คือเรื่อง “คิงคอง” ได้ข่าวว่าหนังดีเสียจนคนแนะนำให้ไปดู บางที่ก็ให้ห้าดาว บางทีโปรโมทเป็นหนังเรื่องเยี่ยมปิดท้ายปี 2005 ว่ากันเข้าไป
จริงๆ ลังเลอยู่ว่าจะดูเรื่อง April Snow ก่อนดีหรือไม่ เพราะคืนก่อนได้ดูเบื้องหลังของ April Snow ทางช่องเจ็ดอยู่บ้างเล็กน้อย หนังท่าจะซึ้งกินใจ สไตล์ korean อย่างเราโฮะ ๆ
แต่คืนก่อนหน้านั้นก็มีโอกาสได้ดูรายการ Opening the night ช่อง Star Movie ทาง UBC เอาเบื้องหลังของการสร้างคิงคองมาออกให้นานเป็นชั่วโมง ดูเบื้องหลังแล้วก็ต้องทึ่งกับคนกำกับ คนสร้างและคนแสดง
อย่างคนแสดงเนี่ยต้องแสดงท่าทางเอง ท่าวิ่งหนีไดโนเสาร์ ท่ากลัวคิงคอง ท่าตกเหว แสดงกับฉาก Blue Screen เอง โดยมีผู้กำกับคอยบอกคิวระหว่างการแสดงตลอดว่ากำลังจะเจอเหตุการณ์อะไรบ้าง โดยก่อนที่ผู้กำกับจะบอกกับคนแสดงได้ ก็ต้องสร้างเรื่องราวขึ้นเป็นกราฟฟิกขึ้นมาก่อนคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพความต่อเนื่องของเรื่องด้วย เจ๋งจริงๆ…ว่างั้น
แต่โชคร้าย April Snow ไม่เข้าฉายที่ SF Cinema city เหมือนจะฉายเฉพาะที่เครือ Major เท่านั้นกระมัง หากเดาไม่ผิด ดังนั้น “คิงคอง” จึงเข้าวินมาอย่างไม่น่าเชื่อ
นั่งดูไปตั้งแต่เริ่มต้นเรื่องราวเกิดขึ้นจากเมืองนิวยอร์กในยุคที่ตึกเอมไพร์สเตทยังได้ชื่อว่าเป็นตึกที่ใหม่ และเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก บรอดเวย์กำลังฮิตสุดๆ ณ ขณะนั้น เพราะเห็นเนื้อหาในเรื่องพูดถึงถนนบรอดเวย์หลายครั้ง โดยเฉพาะฉากหนึ่ง…โอว้ ห้ามเล่านี่เนาะ เดี๋ยวคนที่ยังไม่ได้ดูจะด่าเอา
รวบรัดตัดความเอาถึงตอนใกล้จบละกัน มันมีฉากหนึ่งที่คองมันจ้องหน้าพระเอก แล้วมันก็คงจะนึกในใจอยู่ว่า “ไอ้นี่แหละ มันพรากสาวงามไปจากฉัน” และก็ถึงคราวไล่ล่าพระเอก จนมาพบกับสามงามที่ตามมาหาติดๆ เมื่อคองจ้องตาระหว่างหญิงงามกับอสูรกายร่างใหญ่ มันก็เป็นอีกตอนที่ตรงกับคำกินใจของเรื่องที่ว่า “แลเมื่อหญิงงามได้สบตาอสูรกาย ทันใดนั้นเขาก็พร้อมที่จะยอมตายเพื่อเธอ” สองตาประสานกันปิ๊งปั๊ง ในใจของใจก็พาลนึกว่า โอว้…นี่เรากำลังดูหนังชิงรักหักสวาทระหว่างลิงยักษ์กับคนเข้าให้แล้วสิเนี่ย
นั่งอยู่ตั้งนานหลายชั่วโมง หนังมันก็จบด้วยแนวคิดที่ใจคิดด้วยประการฉะนี้ จริงๆ ถามว่าหนังดีไหม ก็ดีนะ เนื้อหาก็โอเจ โลเกชั่นก็โอเจ กราฟฟิก็ใช้ได้ คนสร้างก็เจตนาดีให้มันดีกว่าตอนเก่า หากเอาแต่นั่งติเรื่องเล็กๆ น้อยๆ คนเค้าก็คงหมดกำลังใจสร้างหนังเรื่องใหม่ให้เรามานั่งติอีกต่อไป
แต่หนังเรื่องนี้จะหนุกว่านี้ หากคู่บ่าวสาวๆ ข้างมันจะไม่พากย์ ไม่คุย ไม่จีบ หรือไม่หยิบเอาโทรศัพท์มารับสาย เปิดหน้าจอให้แสงมันแยงตาเราตลอดทั้งเรื่อง ก่อนหนังฉายเค้าก็บอกแล้วบอกอีกให้ปิดเครื่องก่อน เพราะมันเป็นมารยาททางสังคมที่คนส่วนใหญ่นิยมทำกันในโรงหนัง ไม่รู้จะบรรยายยังไง ได้แต่แอบแช่งในใจให้เขาและเธอไปเจอกับตัวเองบ้างในอนาคต เฮ้อ….
Related Post
|
Discussion
No comments for “ศึกชิงรักหักสวาทระหว่างลิงยักษ์กับคนนิวยอร์ก”
This website uses IntenseDebate comments, but they are not currently loaded because either your browser doesn't support JavaScript, or they didn't load fast enough.
Post a comment