// you’re reading...

Travel

ถึงแล้ว…. “นิวยอร์ก” (ภาคแรก)


จำได้ว่าวันงานแถลงข่าวของค่ายเพลง EMI ประเทศไทย ที่จัดขึ้นที่ Playground ซอยทองหล่อ กำลังสัมภาษณ์ผู้บริหารอยู่กับหน่อย และโดนัท_ดำ  โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นยิกๆ นึกด่าอยู่ในใจ ว่าใครโทรฯ มาในเวลานี้ ช่างไม่รู้กาละเทศะเอาเสียเลย โอ๊ะ…หน้าจอมันบอกว่า “ท่านบก.” โทรฯ มาหานั่นเอง โทรฯ มาทำไมดึกดื่นนะ อาการโทรฯ มาหาคตอนดึกหายไปสักพักแล้วนี่นา หลังจากปิดปกเล่มที่แล้วอ้ะ

คุยกันไม่กี่นาที จับใจความไดว่า มีหมายไปเมกาฯ แค่นั้นแหละ หัวหน้าบอก เดี๋ยวค่อยคุยกัน ใจเลยเดาเอาว่า คงอยากให้ดีใจมั้ง โทรฯ มาเกริ่นก่อน จะได้เข้าออฟฟิตสักที หายไปนานหลายวันแล้วนะหล่อน 5555
กว่าจะรู้สึกตัวอีกที วีซ่าก็ผ่านสถานพูดเมกาฯ ประจำประเทศไทยไปเป็นที่เรียบร้อย โดยสถานะของวีซ่าที่แปะในหน้าพาสปอร์ตสีน้ำตาลนั้นระบุว่าอยู่ในสถานะ  “I” ถามจากพี่ๆ นักข่าวด้วยกัน เค้าว่ามันเป็นสถานะสำหรับนักข่าวที่จะเดินทางไปทำข่าวที่นั่น โดยมีระยะเวลาในการอยู่ที่นั่น อ้อ…อย่างนี้นี่เอง

รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ทัพนักข่าวอย่างพวกเราใช้เวลายื่นเอกสารให้กับสถานฑูตฯ รอเวลาเรียกสัมภาษณ์เพียง 2 สัปดาห์ได้ นั่งรออีก 2 วันหลังจากวีซ่าผ่าน ก็ถึงเวลาเดินทางกันแล้ว

สายการบินไทย ชั้น Premium economy (เค้าว่าดีกว่าชั้น economy หน่อยนึงตรงที่อาหารการบินและเบาะกว้างกว่า) พาบรรดานักข่าวจากเมืองไทยพร้อมพีอาร์ และผู้ใหญ่จากหลายๆ หน่วยงาน มุ่งหน้าไปยังมหานครนิวยอร์กในกลางดึกของวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา

 

ตอนแรกไอ้เราก็นึกว่ามันบินไปที่นั่นโดยใช้เวลาเพียง 13 ชั่วโมง เพราะถือว่ามากกว่านั่งรถทัวร์กลับบ้านนอกเพียง 1 ชั่วโมง ยังอยู่ในขอบเขตที่อารมณ์และความรู้สึกยังยอมรับได้อยู่ เพราะไม่ไกลกว่ากันมากนัก

แต่ที่ไหนได้ เปิดดูในตารางเส้นทางการบินในหน้าสุดท้ายของหนังสือบนเครื่องบิน มันบอกว่า…เนี่ย นิวยอร์กที่แกไปนะ มันไกลสุดในตารางการบินของการบินไทยเลยนะ….แถมใช้เวลา 17 ชั่วโมงกว่า ๆ อีกต่างหาก

 

โอว้…แม่เจ้า ทำไมช่างไกลขนาดนี้ ชั้นจะทำอะไรได้นานขนาดนั้น ขนาดสิงคโปร์ บินแค่ 2 ชั่วโมง ชั้นยังแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว กินก็แล้ว นั่งฟังคนกรนก็แล้ว ยังไม่ถึงสักที เบื่อจะตาย นี่ 17 ชั่วโมงได้ตายกันพอดี มิน่าเค้าถึงว่า เดินทางด้วยเครื่องบินนานๆ ระหว่างเป็นโรค เออ เพิ่งประจักษ์ก็คราวนี้เองแหละน่า

 

ไม่กี่ชั่วโมงแรกผ่านไปด้วยดี เรากินข้าว เพราะพนักงานบังคับเอาอาหารมาเสิร์ฟ “หมูกับเนื้อ เลือกอะไรดีคะ?” แม้อยากจะกินปลา ก็คงอดเพราะมีให้เลือกสองอย่างเท่านั้นแหละ หากไม่กินตอนนี้ แกจะได้กินแต่น้ำเปล่าที่เอาไว้ที่เบาะ 1 ขวด น้ำส้ม หรือมาม่าเท่านั้นนะ เลือกเอาจะกินไม่กิน….

 

กินข้าวเสร็จแล้ว พนักงานเริ่มปิดไฟ เอ้า…ปิดทำไม …”ชั้นจะให้แกนอน” พนักงานคงแอบนึกอยู่ในใจอย่างนี้เป็นแน่ใจว่านะ ใครไม่นอนก็ดูหนังในเครื่องไป ดูหมดแล้ว ไม่อยากดูก็จงนอน

ชีวิตมันวนเวียนอย่างนั้น จนนับได้ว่ากินข้าวไป 3 มื้อใหญ่ๆ และนอนไปเป็นรอบที่เท่าไรไม่ชอบ เข้าห้องน้ำกี่รอบก็จำไม่ได้ ที่สำคัญคือปวดเมื่อยจนสะดุ้งตื่นเป็นรอบที่กี่ร้อยก็ยังจำไม่ได้เช่นกัน

แต่จะว่าไม่ดีก็คงไม่ใช่…บนเครื่องมีหนังการ์ตูนเรื่อง “มาร์ดากัสการ์” ชื่อการ์ตูนที่ทำเอาใครหลายคนคุ้นเคยในทันที เพระดันเหมือนชื่อแมลงสาบยักษ์ที่กลายเป็นข่าวดังในหน้าหนังสือพิมพ์บ้านเราเมื่อหลายปีก่อน

อยากดูมานานละเรื่องนี้…. แถมยังฉายก่อนเข้าโรงที่เมืองไทยเสียอีก จริงๆ สัญญากับอ้วนไว้ว่าหลังจากกลับมาจากเมกาฯ จะไปดูด้วยกัน แต่ขอโทษนะอ้วน ใจอดใจไม่ไหวจริงๆ มันภากย์ไทยด้วย !!! โอว้..ไม่เมื่อยแล้วเรา เอาแต่อ่านปะกิตมาตลอดทาง ปวดเอวไปหมดแล้ว

พอมาร์ดากัสการ์จบ ใจก็นอนเอาแรงได้ต่ออีกไม่กี่งีบ หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงประกาศ ดังขึ้นมาเหมือนกำลังฝันไป….

 

 ”ท่านผู้โดยสารทุกท่านครับ……ღ กระผมกัปตัน xxxx (ชื่ออะไรสักอย่าง แต่จำได้ว่าชื่อของกัปตันแทบทุกท่านจะดูหรูมากๆ  กัปตันการบินไทย จะมีชื่อสมชายบ้างไหมนะ ใครเคยเจอบอกที) และลูกเมียทุกคน ขอต้อนรับท่านเข้าสู่น่านฟ้ามหานครนิวยอร์กในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ตอนนี้เราจะลดระดับเครื่องบินเพื่อบินมุ่งหน้าไปยังมหานครนิวยอร์ก รัดเข็มขัดและนั่งอยู่กับที่ จนเสียงสัญญาณจะดังเตือนว่าถอด (เสื้อผ้า) ได้”
 
 
ก้อดดดด เสียงสวรรค์…จะถึงแล้วววว ชั้นไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเนี่ย???? จะตบหน้าตัวเองก็กลัวเจ็บ จะตบคนข้างๆ ก็เกรงใจ หัวหนังสือดังซะด้วย เดี๋ยวต้องฟ้องระหว่างค่าย ไม่ดีๆ แค่นี้ก็เป็นคดีเยอะแล้วนะเรา เลยได้แต่ทำหน้าตาเหวอๆ ปากกว้างๆ เหมือนนางงามทำตอนรู้ผลว่าได้ที่ หนึ่งนั่นแหละ (เห็นภาพป่ะ?)
6 โมงเช้า คือเวลาท้องถิ่นของนิวยอร์กในขณะนั้น ตอนนี้สายตาของใจมุ่งเป้าไปที่ห้องน้ำเพียงอย่างเพียว อาหารที่กินมาบนเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ ผัดผักรวม หมูผัดขิง สับปะรด มะละกอ น้ำเปล่า น้ำส้ม น้ำโค้ก ขนมเค้ก ฯและอีกสารพัด  ปั่นป่วนในท้อง

เหมือนอยู่ในระยะสุดท้ายของการย่อยอาหารในกระเพาะยังไงยังงั้น สงสัยร่างกายมันคงจะรู้ว่าตอนนี้ ที่เมืองไทยกำลัง 5 โมงเย็น มั้ง มันเลยย่อยอาหารภาคเย็นสุดฤทธิ์ คิดจะทำอะไร มันไม่เคยเกรงเจ้าของมันมั่งเลย พูดแล้วก็เคือง….แต่ดูท่างานนี้จะอด เพราะว่าเค้าขนของขึ้นรถกันแล้ว ไปหาเอาดาบหน้าแล้วกัน (นะ) ข้าศึกยังไม่ถึงประตู พอต้านทานไหว
มาถึงแล้ว “นิวยอร์ก” รัฐแรกที่ทำให้เราหลุดออกจากเอเชีย หลังจากก่อนหน้านี้ 5-6 ที่ที่เคยไปล้วนแล้วแต่บรรจุเอาไว้ในหน้าแผนที่โลกว่าเป็นเมืองในเอเชียแทบทั้งสิ้น

มาถึงแล้ว ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจของโลก

มาถึงแล้วประเทศที่ต้องใช้เวลาบินยาวนานเกือบวัน ไกลกว่ากลับบ้านของใจเสียอีก

มาถึงแล้ว…โอยยย เหนื่อย แปะไว้ก่อน ตอนต่อไป เป็นตอนตะลุยนิวยอร์กแบบเดี่ยว ไม่มีหมู่ เป็นอย่างไร ท่านอย่าได้หลับตา (นอน) โปรดตั้งหน้าตั้งตารอเหมือนรอหวยออกนะท่านนะ เขียนน้อยๆ แต่ท่านจะได้รักใจไปอีกนานๆ

*★ .•°•.°*¤°•  ไปละ เมื่อย.*★ .•°•.°*¤°•

Related Post


Discussion

One comment for “ถึงแล้ว…. “นิวยอร์ก” (ภาคแรก)”

This website uses IntenseDebate comments, but they are not currently loaded because either your browser doesn't support JavaScript, or they didn't load fast enough.

  1. 17 ชั่วโมงถือว่ายังน้อยนะ อเมริกาเหมือนกัน แต่ย้ายไปที่ซานฟรานซิสโกซิ 21 ชั่วโมงเอง

    Posted by สำคัญด้วยหรือ | February 6, 2009, 10:58 pm

Post a comment


 

October 2005
M T W T F S S
    Nov »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

รูปของใจ

27 jai4 Singapore Air Show6 sunflower32 23 32 new11 h7 10 c7 a2 tao21 27 16 sing3 am16
View more photos >