เราจะอกหักไม่เป็น ถ้าเราไม่เคยรัก เช่นเดียวกันถ้าเราไม่เคยอกหักเสียก่อนเราจะไม่เคยรู้เลยว่าแท้ที่จริงแล้วรักมักก็มักจะทุกข์แอบซุกซ่อนอยู่ด้วยเสมอ ไม่ว่าจะรักจะเป็นเช่นใด แค่ขอให้ได้ลงมือที่จะรักเสียบ้างก็ยังดีกว่าไม่เลือกที่จะรักเอาเสียเลย โดยเฉพาะในวันที่ช้าไป เมื่อหันหลังกลับมามองแล้วพบว่า รักไม่ได้อยู่ตรงที่เดิมเสียแล้ว
ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับอะไรกับ “ชาล็อตต์ เกรย์” (Charlotte Gray) หนังที่ได้ copy เด็ดๆ จั่วหัวเอาไว้ว่า “A Trilling, deeply romantic story of courage and sacrifice” โดยตรงนัก แต่ใจว่า ความรักของตัวเอกในหนังเรื่องนี้กำลังจะสื่อรักที่ไม่ควรจะรีรอ เพราะมันอาจจะช้าไป
“ชาล็อตต์ เกรย์” เป็นเรื่องราวของชาล็อตต์ เกรย์ สก๊อตติชสาว เข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรในยุคที่สงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังคุกรุ่นได้ที่ (มี Cate Blanchett ตัวเอกตัวหนึ่งในหนังเรื่อง The lord of the rings ซึ่งรับบทเป็นชาล็อตต์) แต่ท่ามกลางความยากลำบากนั้นความรักก็ผลิบานออกดอกระหว่างเธอกับทหารอากาศหนุ่ม “ปีเตอร์” ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับคำสั่งออกบินลาดตระเวณเหนือน่านฟ้าของฝรั่งเศสที่ในเวลานั้นกำลังอยู่ใต้การควบคุมและรุกรานของกองทัพนาซี
คุณคงนึกไม่ออกว่า หากกำลังรักอยู่ดีๆ แล้ววันหนึ่งรักก็หลุดลอยไปแบบไม่มีปี่ไม่ขลุ่ยเป็นเช่นไร หากคุณไม่เคยโดนทิ้งหรือต้องพรากจากคนที่คุณรัก…แต่ใจว่าใจเข้าใจชาล็อตต์ เกรย์ได้ดีเลยทีเดียว
แม้ก่อนหน้าวันที่ ชาล็อตต์ รับทราบข่าวว่าปีเตอร์ต้องบินเหนือฝรั่งเศส เธอได้ทบทวนว่าความสามารถทางด้านภาษาฝรั่งเศสของเธอจะเป็นประโยชน์ต่อชาติอังกฤษบ้างในการทำงานให้กับทหาร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การหายไปของปีเตอร์ และข่าวคราวว่าเครือ่งบินเขาตกที่ฝรั่งเศส ก่อนหายตัวไปนั้นทำให้เธอตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้นกับการฝึกฝนเข้าเป็นสายลับในฝรั่งเศสในเวลาต่อมา
มาถึงตอนนี้คงนึกภาพออก หนังที่บรรยายด้วยภาพความยากลำบากของใครคนหนึ่งที่ทุ่มเทความรู้สึก กำลังกาย กำลังใจทั้งหมดของตนเองเพื่อคนที่ตนรัก ไม่ต้องการคำพูดใดๆ ที่มาบอก ก็มองเห็นถึงความรักที่ล้นปรี่ของเธอผู้นั้น
แต่ทว่า…คุณว่าเป็นไปได้ไหม ที่ช่วงเวลาของการตามหารักจากใครคนหนึ่ง คุณจะมีโอกาสได้พบรักจากใครอีกคนหนึ่งแทน… เอาง่ายๆ แปลไทยให้เป็นไทย คุณว่าคุณมีโอกาสจะเปลี่ยนใจได้ไหม หากต้องห่างไกลจากคนที่คุณรักสัก 1 หรือ 2 ปี แบบที่ไม่ได้พบหน้ากันเลย?? ใจว่าก็อาจจะมีใครบางคนรักกันจริง รอคอยกันได้ แต่ก็เช่นเดียวกัน ระหว่างทางนั้น คุณก็อาจจะพบรักจริง รักแท้ที่ไหนสักที่โดยที่ไม่ใช่คนที่คุณเคยคบหาก่อนหน้า…
ชาล็อตต์ พบกับ จูเลี่ยน หัวหน้าหน่วยต่อต้านนาซีที่ให้ความช่วยเหลือเธอทุกอย่างระหว่างที่อยู่ในฝรั่งเศส ความรักของเธอกับเขาก่อร่างสร้างตัวงอกงาม ท่ามกลางสงครามระอุร้อน ข่าวคราวที่บอกว่าปีเตอร์ คนรักหนุ่มของเธอเสียชีวิต ได้ทำให้หัวจิตหัวใจของชาล็อตต์ นั้นหายวับไปอยู่กับจูเลี่ยนได้ง่ายยิ่งขึ้น
เหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งจูเลี่ยนและชาล็อตต์ พลัดพรากกันจนกระทั่งสงครามสงบ ชาล็อตต์ ได้พบว่าปีเตอร์ไม่ได้ตายไปอย่างที่ใครๆ บอก…. แต่เมื่อมองหน้าปีเตอร์ ชาล็อตต์ กลับพบว่า เธอไม่ได้รักปีเตอร์เหมือนอย่างที่เคย …. จูเลี่ยนต่างหากคือคำตอบของทั้งหมด

หนังออกแนวแฮปปี้เอนดิ้ง คนรักกันก็ได้อยู่ด้วยกัน คนที่ไม่ได้รักก็ต้องจำพรากและเจ็บปวดกันไปตามระเบียบ
ถ้าคุณเป็นชาล็อตต์ คุณจะรักใคร??? คนที่เคยบอกว่ารัก และคนที่หัวใจบอกว่ารัก ???
เหนือสิ่งอื่นใด ศรัทธา ความเชื่อ ความรัก….สิ่งไหนยิ่งใหญ่กว่ากันในสายตาคุณ ??
ปล. หนังภาพสวยดีจริงๆ ใจชอบ โลเคชั่นในการถ่ายทำ สวยจริงๆ
สองเดือนก่อนหน้านี้ ใจมีโอกาสได้พบปะกับเหล่า blogger จากสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ในสิงคโปร์จากคำเชิญของmsn เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในการพบปะกันครั้งนั้น msn หรือไมโครซอฟท์คาดหวังว่าจะให้พวกเราซึ่งเป็นตัวแทนของ blogger ของประเทศในแถบเอเชียได้เป็นส่วนหนึ่งของคนในสังคมออนไลน์และอยู่ในวงการ blogger ในการช่วยบอกกับพวกเขาว่า “microsoft windows live” ตัวใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว (ในตอนนี้เปิดตัวไปแล้ว แต่ตอนที่พวกเราไป ยังไม่ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ) มีอะไรที่ยังไม่ครบถ้วน มีอะไรที่จะต้องแก้ไข และมีโอกาสได้ทดลองใช้ windows live ตัวใหม่ทั้งหมดก่อนใคร
วันนี้ใจไปทานข้าวมื้อเย็นกับเพื่อนร่วมคอนโดมิเนียมเดียวกันที่ร้านไก่ไข่ ร้านข้าวที่เปิดใหม่ได้ไม่นาน ใจชอบสับสนกับชื่อร้าน มันเรียกยาก ใจไม่เคยจำได้ไก่ไข่หรือไก่ไข่กันแน่จนต้องหันมาเรียกชื่อร้านว่า กุ๊กไก่ แทนจนถึงทุกวันนี้ เมนูของที่ร้านกุ๊กไก่มีหลายอย่างก็จริง แต่ที่โดดเด่นสุดก็เห็นจะเป็นเมนูไก่ และไข่หลายประเภท เห็นว่ามีจำพวกไข่ห่อข้าวทั้งหลาย และไข่ฟูอยู่หลายเมนูให้ผู้คนได้เลือกสรร
เมื่อคืนนอนดึกมาก ดังนั้นเวลาการตื่นจึงสัมพันธ์กันอย่างชัดเจนคือตะวันขึ้นจนเรียกว่า สายโด่งแล้วใจถึงได้ลืมตาโพลง เรียกว่าตื่นเป็นที่เรียบร้อย ไม่สิ..อันที่จริงแล้วจะบอกว่าตัวเองตื่นเองก็คงผิด มีสายที่โทรฯ ผิดมาติดต่อกัน 3 วันจนชักกังวลว่าจะกลายเป็นสายโรคจิตเหมือนที่เคยเจอเมื่อก่อนโทรฯ มาทำให้ใจต้องตื่น ก่อนมีสายของคนอื่นที่ไม่รู้จักเช่นกัน ถามข่าวคราวประกาศขายบ้านที่เคยลงเอาไว้ในอินเตอร์เน็ต สรุปคืออันที่จริงยังไม่อยากตื่นเอง แต่ดันโดนคนอื่นปลุกเห็นจะถูก พอตื่นขึ้นมาก็เริ่มด้วยการกดรีโมททีวีที่อยู่ปลายเตียง ไปเจอรายการเล่าข่าวเกือบทุกช่องทีวี รายการที่เอาทั้งข่าวในหนังสือพิมพ์ แมกกาซีนมาเล่าให้เราฟังทุกวัน ใจรู้สาเหตุแล้วว่า ผลการสำรวจที่บอกว่าคนไทยอ่านหนังสือปีนึงโดยเฉลี่ยคนไม่กี่บรรทัด หรืออาจจะเป็นเพราะว่า…มีคนอ่านให้เราฟังแล้วทุกวันแบบนี้….
ก่อนหน้าวันที่ 1 มกราคม วันแรกของปีนี้เพียงไม่กี่วัน แม่กับพ่อเพิ่งจะได้ข้าวสาร 25 กระสอบมาเก็บไว้หลังบ้าน หลังจากที่นาผืนสุดท้าย มรดกของตาที่ยกให้กับแม่ทำหน้าที่ชดใช้กรรมของมันด้วยการเป็นพื้นที่ปลูกข้าวประจำปี โดยมีหลานสาวของแม่ทำหน้าที่นั้นให้กับเราในปีนี้ ข้าวถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนตามการลงแรงในการปลูกข้าว แม่กับพ่อไม่ได้รู้สึกกังวลกับข้าวสารที่ผ่านการสีจำนวนไม่กี่กระสอบที่ได้กลับมา เพราะนั่นเพียงพอที่จะเลี้ยงชีวิตมนุษย์ 3 คน หมา 1 ตัว และแมวอีก 2 ตัวได้โดยไม่ต้องห่วงว่าเมื่อท้องร้องจะไม่มีข้าวกิน นอกจากนี้ ในช่วงสิ้นปี บางทีข้าวที่เหลือค้างเติ่งจากการประกอบอาหาร ยังถูกแม่ขายเอาเงินมาใช้จ่ายได้อีก เพราะนั่นในอีกไม่กี่เดือนต่อมาแม่รู้ดีว่าจะได้ข้าวใหม่จากนาของแม่มาเก็บไว้ที่เดินแบบนั้นวนเวียนกันไปทุกปี
เพิ่งจะได้รูปตัวเองที่ปายมาอยู่ในมือ นั่งดูหน้าตัวเอง พินิจพิเคราะห์อยู่สักพักก็ได้รู้ซึ้งซึ่งสัจธรรมว่า “แก่ไปจริงๆ เลยเรา” ปีนี้เลย 31 มาแล้ว ปลายปีหน้าก็ทะลึ่ง 32 เข้าไปแล้ว….แม้วจริงๆ นั่งดูอีกสักพักก็เข้าใจอีกรอบว่า “ซกมกจริงๆ เลยเรา” เพราะรูปที่เห็นนี่ไม่ได้สระผม น้ำไม่ได้อาบอีกต่างหาก นั่งดูต่อไป ก็เอาแต่ถอนหายใจอีกสองสามเฮือก “นี่เราไม่เพียงแต่แก่ตัวลงยังซกมกอีกต่างหาก” 555

Recent Comments