หลังจากที่เฝ้ารอคอยดอกไม้ที่เก็บเอามาจากหลังบ้าน เพราะไม่มีใครใส่ใจมาเก็บไว้ในความดูแลของตัวเองให้ออกดอกเบ่งบาน ล่าสุดดอกไม้ที่เลี้ยงดูปูเสื่อเอาไว้ ออกดอกสีชมพูงดงามอยู่ในกระถางมาร่วมสัปดาห์แล้ว
ดอกไม้สีชมพูก้านตรงดิ่งขึ้นไปยังที่สูง อยู่รวมตัวกันเป็นกระจุกตรงกลางกระถาง ปล่อยให้ใบสีเขียวล้อมรอบดอกไม้อยู่ในที่ที่ต่ำกว่า ดูแปลกตาสำหรับผู้มาเยือนในถิ่นของมันอย่างเรา
แม้ใจจะไม่ชอบไม้ดอกนัก เมื่อเทียบกับไม้ใบแล้ว ใจมักจะเลือกซื้อไม้ใบมาเลี้ยงเสมอ เมื่อครั้งอยู่เมืองไทย แต่พอได้เห็นดอกไม้ในกระถางออกดอกแบบนี้ก็รู้สึกดีกับไม้ประเภทดอกขึ้นมาในระดับหนึ่ง และแอบหวังว่า รายได้ที่หาได้ในอนาคตจะถูกแบ่งปันไปสรรหาต้นไม้ของท้องถิ่นนี้มาสร้างความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้กับจิตใจ
อย่างที่สัญญาเอาไว้ ว่าจะแวะเวียนเอารูปมาแปะเอาไว้ หากดอกไม้ที่เก็บมาออกดอกงดงาม และ….ใจก็รักษาสัญญาอย่างที่เคยบอกเอาไว้
24 ชั่วโมงที่ผ่านพ้น มีพายุหิมะที่ตกหนักที่สุดในรอบ 25 ปีเท่าที่หิมะเคยตกในออสเตรเลีย ทำให้หิมะบนภูเขายิ่งหนาขึ้นกว่าครั้งไหนๆ และไม่เคยเป็นเช่นนี้ในช่วงเวลานี้ของปี…. รายงานข่าวเกี่ยวกับสภาพหิมะบนภูเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของสกีรีสอร์ทหลายแห่งในออสเตรเลียซึ่งใจสมัครเป็นสมาชิกรับข่าวสารเอาไว้ใน Facebook บอกเช่นนั้น ทำให้ใจแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมใจถึงมีโอกาสได้เจอะเจอกับหิมะตกที่ Lake Mountain เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ใจเพิ่งจะได้ความรู้ใหม่ในการเช็ดช้อนและส้อม บางทีก็อดคิดเสียไม่ได้ว่า “ถ้าเราฟังคนอื่นมากขึ้น และหยุดพูดให้น้อยลง เราคงจะได้มุมมองใหม่จากใครหลายคนเลยทีเดียว” หลังจากแอบเห็นผู้จัดการร้านที่ทำงานด้วยกัน เช็ดช้อนและส้อมด้วยอะไรบางอย่าง และมันก็เงาวับถึงขนาดเห็นหน้าตัวเองไปโผล่อยู่ในช้อนตักข้าว ใจก็อดรนทนไม่ไหว ถามไถ่ด้วยความอยากรู้ และใคร่อยากจะเห็นด้วยตาตัวเองบ้างว่าหากทำเช่นนั้นแล้วช้อนของเราจะเงางามอย่างเขาบ้างไหม
สัปดาห์ที่ผ่านมา ใจออกนอกบ้านไปตลาด “Prahran Market” ตลาดที่เปิดทำการมายาวนานที่สุดในออสเตรเลีย แต่ถึงจะเอากล้องติดต่อไปด้วย กลับไม่ได้รูปมามากมายนัก อาจจะเพราะตลาดเล็กกว่าที่คิดเอาไว้ เมื่อเทียบกับตลาดขายของที่ระลึกสำคัญของเมืองเมลเบิร์นอย่าง Victoria Market หรือตลาดที่มีอายุเก่าแก่ไม่แพ้กันอย่าง South Melbourne Market ซึ่งใจก็ตระเวณไปมาหมดแล้วก่อนหน้านี้ ตลาด Prahran Market เป็นตลาดที่เก่าก็จริง แต่ของที่ขายกลับแพงกว่าตลาดทั้งสองแห่งในเมลเบิร์น หากให้คาดเดาก็คงจะเป็นเพราะดันไปตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจที่ขึ้นชื่อพอสมควร อย่างน้อยก็เป็นย่านที่ถนนทั้งสายเป็นถนนแห่งการนั่งกิน เที่ยว ดื่ม ดูหนังและช็อปปิ้งแบรนด์เนมสารพัด ที่เรียกว่า “Chapel Street”
หลังจากประคบประหงมมันมาหลายวัน ล่าสุดต้นไม้ต้นเล็กก็ออกดอกงอกเงยให้เห็น ที่เหลือใจก็รอคอยเวลาให้มันเบ่งบานอย่างที่มันควรจะเป็น แอบหวังอยู่เล็กๆ ว่า ดอกจะงดงามเหมือนที่เคยเห็นในร้านขายต้นไม้ ไม่ร่วงโรยลาจากกันไปก่อนวัยอันควรเพราะพิษอากาศที่เหน็บหนาวในระยะนี้ ก่อนย้ายมาพำนักในย่านใหม่ ใจหยิบเอากระถางดอกไม้ต้นหนึ่งหลังบ้านเก่าติดมือมาด้วย กระถางพลาสติกสีน้ำเงินมีต้นไม้สีเขียวพุ่มเล็กๆ อยู่ข้างในถูกทิ้งเอาไว้อยู่หลายเดือน ใจเห็นมันล้มนอนตะแคงอยู่กับพื้นตั้งแต่ใจมาถึงที่นี่
กว่าใจจะยอมลุกจากที่นอนก็ปาเข้าไป 11 โมงเช้า อาจจะเพราะวันนี้เป็นวันหยุดว่างเว้นจากการทำงาน ใจเลยรู้สึกไม่ต้องเร่งรีบตื่นขึ้นมาล้างหน้า แปรงฟันและอาบน้ำ เตรียมตัวไปทำงานเหมือนวันอื่นๆ อันที่จริงจะบอกว่าตื่นเองก็ดูเหมือนผิดไปจากความเป็นจริงนัก เพราะใจตื่นเสียงชายหนุ่มปลุกให้มาดูแปรงสีฟันที่แม่ส่งมาจากเมืองไทย หลังจากรอคอยร่วมสัปดาห์ของทุกอย่างที่สั่งไปก็มาอยู่ตรงหน้าสมใจ แม้จะบอกว่ามันมาตรงเวลาคือใช้เวลาไปสัปดาห์กว่า แต่อันที่จริงของทั้งหมดควรจะมาถึงมือเราเมื่อวานหรือไม่ก็วันศุกร์ที่แล้ว ใจเพิ่งจะสังเกตเห็นที่ข้างกล่องมีแถบพลาสติกสีเหลืองแปะเอาไว้ และนั่นเองเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าทำไมของที่แม่ฝากมาให้ถึงได้มาช้ากว่ากำหนด


Recent Comments