ความสุขเล็กๆ น้อยๆ อย่างหนึ่งของใจพักนี้คือการได้แอบดูเจ้าเหมียวสามตัวเล็กที่คลอดในบ้านเมื่อหลายเดือนก่อน แมวในวัยกำลังโตไม่เพียงแต่ทำอะไรแปลกๆ ที่ใจไม่เคยเห็นแต่ยังซนปีนป่ายโน่นนี้ ทำเอาเจ้าของใจหายใจคว่ำ นั่งก้นไม่ติดพื้นเลยทีเดียว
แต่ไหนแต่ไรมา บ้านของเราไม่มีแมวคลอดให้เห็นสักครา แม้แม่กับพ่อจะนิยมชมชอบการเลี้ยงแมวเป็นอย่างยิ่ง แต่แมวทุกตัวทั้งเพศผู้และเพศเมียมักจะถูกทำหมันตัดตอนความเป็นพ่อเป็นแม่เอาไว้ตั้งแต่แรก
ต่างจากแมวชุดนี้ ที่แม่กับพ่อยังไม่ทันได้ทำหมัน มันก็ทะลึ่งผสมพันธุ์กันในวัยเยาว์ กลายเป็น “แมวแก่แดด” และออกลูกให้เราอีกสามตัวเสียอย่างนั้น
ก่อนแมวจะคลอด เราพนันกันว่ามันจะให้ลูกหลานเรากี่ตัว พอๆ กับแอบเป็นห่วงว่าแมวตัวใหม่นั้นจะทำให้เรามีภาระเพิ่มขึ้นจากแมว 4 ตัวเดิมหรือไม่
แต่พอแม่ของมันคลอดให้ลูกแมวที่ถอดแบบแม่มาหนึ่งและพ่ออีกสองตัว เราก็ไม่ทันได้คิดมากเรื่องความลำบากในการเลี้ยงแมวที่เพิ่มขึ้น แต่กลับแย่งกันตั้งชื่อแมว แม่ตั้งชื่อที่หวังจะเรียกเงิน เรียกทองเข้าบ้าน ขณะที่ใจไม่สนใจเรื่องเงินเรื่องทอง อยากได้ชื่อ ข้าวเหนียว ข้าวจ้าวและข้าวก่ำ สุดท้ายตอนนี้ความเห็นไม่ลงรอย แมวเลยยังไม่มีชื่อ
หลายวันก่อนใจกลับมาจากการเดินทางยาวนานเกินครึ่งเดือน เมื่อกลับมาถึงบ้าน แม่เอ่ยปากว่า จะยกแมวให้ป้าคนหนึ่งที่อยากได้แมวไปจับหนูที่บ้าน ใจเห็นแววตาแม่กึ่งอยากเก็บ กึ่งอยากให้ ตัดสินใจไม่ถูก เมื่อเอ่ยปากบอกว่า “อย่าให้เขาเลย” แม่ก็รีบคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ในมือโดยไม่เถียงอะไรสักคำ
ตอนนี้เราเลยมีสมาชิกอยู่ในบ้านถาวรเป็นแมว 7 ตัวที่คิดว่าแม่ก็คงจะไม่ให้ใคร และทุกตัวจะถูกทำหมันป้องกันจำนวนประชากรแมวเพิ่มเติมในอนาคต
แมวเหมียวสามตัวกำลังซนได้ที่ รุ่นพี่คนหนึ่งบอกว่าวัยนี้กำลังหัดปีน ซึ่งใจก็เห็นว่าคงจะจริงอย่างที่เขาบอกเอาไว้ หลายวันมานี้ แมวน้อยเริ่มปีนต้นไม้ให้เห็น
เราเองก็เอาแต่แอบมองความเป็นไปของพวกมันทั้งสาม ตัวหนึ่งปีนได้ อีกตัวเลยปีนตาม ตัวเหมือนแม่ไม่สามารถปีนได้ พอขาลงมันเลือกลงในท่าทางที่ไม่เหมือนกัน ตัวหนึ่งหันหน้าลง อีกคนหันก้นถอยลงทีละน้อย คนดูคอยเอาใจช่วยกันอยู่ห่างๆ พอๆ กับคอยลุ้นว่ามันจะทำได้หรือไม่
แมวก็เหมือนคน เมื่อตัวเล็กก็หัดปีน และเรียนรู้วิธีการลงจากสิ่งที่ปีน หากมันโตขึ้นมันคงจะปีนได้ไวและเก่งยิ่งขึ้น เขาว่าแมวจะไม่กลัวว่าตัวเองจะตก เพราะได้เรียนรู้แล้วว่าจะลงมันอย่างไร และมันเกิดมาเพื่อปีนป่ายอย่างแท้จริง…
ใจว่า แมวจะไม่เหมือนคนก็ตรงนี้ ตรงที่ คนเรามักลืมไปว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อปีนป่ายไปที่ที่สูงได้เก่งเหมือนแมว เราจะต้องระวังว่ามัน และระลึกเอาไว้เสมอว่า เราจะต้องลงมาที่พื้นไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่ง อย่าได้หลงลืมว่าเรายืนอยู่ที่พื้นดีกว่าอยู่บนต้นไม้..และเราปีนไม่เก่งแบบแมว
ปล. จบแบบนี้ค่อยเป็นตัวเองหน่อย ขึ้นเรื่องแมว จบเรื่องอะไรก็ไม่รู้…นี่แหละคนชื่อ “ใจ”
ตลอดระยะเวลาการเดินทางออกจากไทยไปลาวและย้อนกลับมาไทยไปนอนที่เลย ลงกรุงเทพฯ ไปกาญจนบุรี และสุพรรณบุรี นานครึ่งค่อนเดือน ใจมีโอกาสแตะคอมพิวเตอร์เพียงไม่กี่ครั้ง ไม่เพียงการเดินทางที่ยาวนานจะเป็นคำตอบได้ว่าทำไมใจถึงไม่ได้เขียนเรื่องราวอะไรลงในหน้าเว็บไซต์แห่งนี้ถี่เหมือนเช่นเคยเท่านั้น แต่การเดินทางแบบไม่รู้จุดหมายปลายทางและวันกลับที่แน่นอนเป็นคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าเรื่องใดทั้งปวง สองสามวันนี้ เมื่อมาถึงบ้าน ใจก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านข้อความที่ใครหลายคนฝากเอาไว้ นั่งดูรูปที่ถ่ายมาจากกล้องตัวเดิม พอๆ กับนั่งชำระความภาพเก่าแก่ที่ติดเพื่อนฝูงเอาไว้
ใจไม่เคยไป “เลย” แบบตั้งใจสักหน หนไหนก็ขับรถผ่านเลยไปทุกครั้ง อีสานที่ว่าไปมาหลายย่านแต่ว่าก็เลย “เลย” ไปทุกที … ต่างจากหนนี้แม้ที่จะไม่ได้ตั้งใจจะไป “เลย” ตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ก็มาจบที่ “เลย” แบบไม่เลยผ่านอีกต่อไป หลังจากเดินทางออกจากบ้านตั้งแต่กลางเดือนมกราคม เพื่อเดินทางไปลาวในรอบสอง ทั้งๆ ที่เดือนที่ผ่านพ้นก็เพิ่งจะไปลาวมา 8 วัน ใจยังจะย้อนกลับไปลาวอีกครั้ง มาถึงตรงนี้ หลายคนคงจะได้คำตอบว่าใจหายหน้าไปไหนตั้งครึ่งเดือน นั่นเป็นเพราะใจออกจากบ้านไปเมืองปากแบง ล่องเรือเร็วไปหลวงพระบาง ต่อไปยังวังเวียง โผล่เวียงจันทร์ นั่งรถอินเตอร์บัสออกหนองคายมายังอุดรธานี นั่งรถอุดร-เลย และต่อรถอีกรอบไปยังเชียงคาน เมืองที่กำลังเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวที่อยากจะหลีกหนีปาย….
ในคืนที่มืดมิด แสงของไฟหลอดสีสวยส่องสว่างให้ “The Hub” พิพิธภัณฑ์จักรยานแห่งใหม่และแห่งเดียวกลางใจเมืองเชียงของ โดดเด่นและน่าสนใจขึ้นทันทีในสายตาของผู้มาเยือนอย่างเรา หลายวันก่อนหน้า เพื่อนสาวร่วมชั้นประถม มัธยม ที่คบหากันมานานจนถึงบัดนี้ เอ่ยปากชักชวนให้แวะเวียนไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่ว่า พร้อมกับสาธยายความงดงามหลายประการเอาไว้ล่วงหน้า ในใจความล้วนแล้วแต่สอดแทรกคำบรรยายสรรพคุณของสถานที่แห่งนี้เอาไว้ จนกระทั่งค่ำคืนหนึ่งในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ใจก็มีโอกาสได้แวะเวียนเข้าไปที่ The Hub สมใจเพื่อนสาว…
เช้าวันหนึ่งของหลายวันที่ผ่านมา ใจตื่นขึ้นมา แล้วก็พบว่า มีแมงมุมมาชักใยที่คอมพิวเตอร์ของตัวเอง นี่ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งหนึ่งที่บอกเรื่องราวความเป็นไปของใจในช่วงชีวิต ณ ปัจจุบันได้ดี แต่ยังเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดาได้เช่นกันว่า จะเกิดอะไรขึ้นนับจากนี้เป็นต้นไป ใจว่าใจห่างร้างราจากการนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นกิจวัตร ไม่สนใจว่าใน Inbox จะมีข้อความของใครมาหาบ้าง หลงลืมไปบ้างว่ามีใครหลายคนแอบรอคอยการเขียนข้อความระบายอารมณ์ของตนเองในหน้าเว็บไซต์แห่งนี้ ปล่อยให้ชีวิตผ่านช่วงเวลาไปทีละวัน หนึ่งวัน สองวัน หันหลังให้คอมพิวเตอร์ หันหน้าให้กับอะไรบางอย่างจนกระทั่ง…..วันหนึ่งใจก็แอบถามตัวเองว่า
การเยือนเชียงใหม่ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ใจถือโอกาสไปเยี่ยมเยือนสัญลักษณ์ประจำเมืองเชียงใหม่ที่ไม่ใช่คูเมือง วัด กาดสวนแก้ว ไส้อั่ว และน้ำพริกหนุ่ม แต่เป็น “หมีแพนด้า” สัตว์สี่เท้าขนฟูมีจุดดำใหญ่ยักษ์อยู่ที่ตา ที่ใครๆ เขาก็ว่ามันน่ารัก… อันที่จริงใจไปดูหมีแพนด้ามาแล้วหนึ่งหนพร้อมกับแม่และพ่อ แต่มันก็นาน นานเสียจน หลงลืมไปแล้วว่าหน้าตาหมีที่นั่นเป็นอย่างแรก ในช่วงแรกของการนำเข้าหมีในฐานะฑูตเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยนั้น แม่กับพ่อเรียกร้องมาว่า หากไปเชียงใหม่เมื่อใดของไปดูหมี เราจึงมีโอกาสได้ดูหมี และกลับมาบอกต่อใครๆ ได้ว่าเราดูหมีกันมาแล้ว


Recent Comments